ปัญหาแก้ได้ไม่จำเป็นต้องหนี

         ไม่มีใครที่ไม่เคยมีปัญหาในชีวิตก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่ช่วงที่มีปัญหาเป็นเรื่องธรรมดาที่เป็นไปได้ แต่ในยามที่เราไม่มีปัญหาชีวิตก็น่าจะเป็นช่วงที่เรามีความสุขมากช่วงหนึ่ง  แต่ช่วงเวลาของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน บางคนแค่เพียงสั้นๆ หรือบางคนอาจจะยืนยาวเหลือเกิน เพราะว่าคนเราคนเรามองปัญหาไม่เท่ากันนั่นเอง

ทำอย่างไรเมื่อมีปัญหา

ก่อนอื่นต้องแยกให้ออกว่าปัญหาที่มีเป็นปัญหาที่ตัวเราหรือว่าเป็นปัญหาที่คนอื่นเพราะถ้าเป็นที่คนอื่นแล้วนั้น ก็แก้ปัญหาให้ตรงจุดเริ่มต้นที่ตัวเองเสียก่อน

หากบางทีเราก็มองปัญหายากไปหรือง่ายเกินไป การแก้ไปปัญหาไม่ใช่เรื่องสนุกนัก ยากคาดเดาผลลัพธ์ และอะไรที่เป็นปัญหาไปแล้ว แม้แก้ไขได้ ก็น้อยนักจะสมบูรณ์ดังเดิม ยิ่งหากเป็นปัญหาชีวิต เวลาเกิดขึ้นทีหนึ่ง มักจะมีปัญหายิบย่อยจะตามมาแน่นอนว่าดีที่สุดคือการไม่สร้างปัญหาหรือไม่ทำอะไรให้เกิดปัญหาดีที่สุด

ส่วนหนึ่งเราต้องแยกแยะก่อนว่า เรามองปัญหาต่างกัน ให้น้ำหนักต่างกัน และมีหลายเรื่องเล็กเกินไปที่จะนำมาเป็นปัญหา เช่น วันนี้จะใส่เสื้อสีอะไรดี, เดินสะดุดพื้นฟุตบาท, ลืมของไม่สำคัญ, ที่ยงนี้กินอะไรดี เหล่านี้ไม่ควรนับเป็นปัญหา ซึ่งก็มีแหละที่เอามาเป็นปัญหาให้ตัวเองและคนอื่นปวดหัวได้เหมือนกัน

บางทีเรายังมีปัญหาเชิงบวก ที่แม้จะเป็นปัญหา แต่มันเป็นเรื่องที่ดี โดยไม่ใช่ว่าเรามองโลกในแง่ดีเพียงอย่างเดียว เช่น สมมติคุณเปิดร้านอาหาร ปัญหาคือร้านคุณเล็กเกินไป ลูกค้าไม่มีที่นั่ง ที่นั่งไม่พอบ่อย ๆ อะไรเช่นนี้ ที่แม้จะเป็นปัญหา แต่ก็ถือว่ามีสัญญาณที่ดีในนั้น ดีกว่าอีกปัญหาที่ร้านกว้าง แต่ไม่มีลูกค้ามานั่งเป็นไหนเมื่อแยกแยะแล้วว่าสิ่งไหนคือปัญหาจริง ๆ และสิ่งไหนที่ไม่ควรนำมาเป็นปัญหา

ใครๆก็สามารถมีปัญหากันได้ทั้งนั้น แต่ขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะมองปัญหายังไง และรับมือแก้ปัญหายังไง ถ้าเราสามารถรับมือกับสิ่งเหล่านั้นได้ก็จะทำให้ชีวิตเราดำเนินไปได้ง่าย และมีสติ ตลอดเวลาไม่ว่าจะพบเจออะไร ย่อมหาหนทางแก้ได้ดีเช่นกัน