แพ้นมดื่มนมแล้วท้องเสีย   

ดื่มนมแล้วท้องเสีย เกิดจากอะไร?

ก่อนอื่นต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าสาเหตุดังกล่าวนั้น ไม่ได้เกิดมาจากการที่คุณดื่มนมหมดอายุ และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับที่หลายคนบอกว่าเกิดมาจากการแพ้นมแต่อย่างใด แต่เนื่องจากว่าร่างกายของคนไทย คนแถบเอเชีย และคนแถบแอฟริกาจะผลิตน้ำย่อยแลคโตสออกมาตั้งแต่แรกเกิด จนถึงช่วงอายุประมาณ 4-5 ปีเพียงเท่านั้น ซึ่งน้ำตาลแลคโตสที่ว่านั้นจะพบได้ในน้ำนมที่ได้มาจากสัตว์ทุกชนิด เมื่อเวลาผ่านพ้นไปในช่วงวัยเด็ก หรือช่วงเวลา 4-5 ปี น้ำย่อยตัวนี้ก็จะลดน้อยลงจนหมดไป ดังนั้นร่างกายจึงไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสได้อีกต่อไป

ดื่มนมแล้วทำไมท้องเสีย เกิดจากอะไร แก้ยังไงดีนะ?

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย ที่ทุกครั้งคุณดื่มนมเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นนมวัว หรือนมแพะ แล้วจะเกิดอาการท้องเสีย เพราะน้ำตาลในนมจะผ่านไปสู่ลำไส้ใหญ่ จากนั้นจะถูกย่อยด้วยจุลินทรีย์ จึงเกิดเป็นกรดและแก๊ส จึงทำให้ผู้ที่ดื่มนมมีอาการปวดท้องหรือท้องเสียออกมา นั่นเป็นเพราะร่างกายของคนเราไม่มีน้ำย่อยแลคโตสอีกต่อไปแล้วนั่นเอง บางคนอาจมีอาการท้องอืด จุกเสียด แน่นหน้าอก รวมทั้งมีการผายลมบ่อยๆ ทุกครั้งที่ดื่มนมเข้าไป

ดื่นนมหลังอาหาร แก้อาการท้องเสียได้

แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายอย่างมากที่หลายคนเลือกที่จะหยุดดื่มนม หลังจากที่มีอาการท้องเสีย เพราะแน่นอนว่าร่างกายจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน เนื่องจากว่าร่างกายที่ไม่ดื่มนมเข้าไปก็จะทำให้เกิดการขาดแคลเซียมได้ ดังนั้นขอแนะนำให้ ทุกคนที่มีอาการท้องเสียหรือมีอาการอื่นๆ หลังจากดื่มนม ให้หันมาดื่มนมหลังจากทานอาหารแต่ละมื้อแทน และหมั่นหลีกเลี่ยงการดื่มนมในขณะที่ท้องกำลังว่าง ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารพร้อมกันจำนวนมาก จนทำให้คุณรู้สึกไม่สบายท้อง

ดื่มนมแล้วทำไมท้องเสีย เกิดจากอะไร แก้ยังไงดีนะ?

ทั้งนี้อาการท้องเสียหรือปวดท้องหลังจากดื่มนมใช่ว่าจะเกิดขึ้นกับทุกคน เพราะหลายคนที่ดื่มนมเข้าไปแล้วไม่เกิดอาการดังกล่าวก็มีมากมาย ซึ่งเรื่องนี้ทางการแพทย์เชื่อว่าคนที่ดื่มนมวัวมาอย่างต่อเนื่องนั้น จะทำให้แบคทีเรียในลำไส้สามารถที่จะสร้างน้ำย่อยน้ำตาลแลคโตสขึ้นมาเองได้ มันจึงทำให้หลายคนไม่มีอาการปวดท้องหรือท้องเสียแสดงออกมานั่นเอง

รู้อย่างนี้แล้วใครที่เคยมีอาการปวดท้องหรือท้องเสียหลังจากดื่มนมเข้าไป อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจเลิกดื่มนมซะก่อน เพราะนั่นอาจทำให้ร่างกายของคุณขาดแคลเซียมได้ แต่แนะนำให้หันมาดื่มนมหลังจากทานอาหาร หรือค่อยๆ ดื่มทีละนิด และไม่แนะนำให้ดื่มนมในขณะที่ท้องกำลังว่างจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้เป็นอย่างดี

 

แพ้น้ำยาล้างจาน

เชื่อว่าหลายคนเคยเจอกับปัญหาการแพ้น้ำยาล้างจานซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้น้ำยาล้างจานนี้มันมาจากการที่ได้สัมผัสน้ำยาล้างจานโดยตรง เพราะในตัวน้ำยาล้างจานจะมีสารทำความสะอาดบางตัวที่ไปละลายไขมันที่ผิวของมือออก ทำให้เกิดการระคายเคืองจากการที่น้ำซึมเข้าไป นอกจากนี้ในน้ำยาล้างจานยังประกอบไปด้วยสารเคมีในกลุ่มสารลดแรงตึงผิวที่ให้ประจุลบ มีลักษณะลื่น เมื่อละลายน้ำจะมีฤทธิ์เป็นกรด และทำให้เกิดฟองจำนวนมาก และสามารถแทรกซึมสู่พื้นผิวของภาชนะกับผิวหนังของเราได้ จึงทำให้เกิดการะคายเคืองต่อผิวได้ง่าย เพราะฉะนั้นไม่ควรสัมผัส​กับสารทำความสะอาด​บ่อย​ ๆ ถ้าจำเป็นต้องทำความสะอาดก็ควรที่จะต้องปฏิบัติดังนี้

แพ้น้ำยาล้างจานแก้ไขได้ด้วยวิธีไหนบ้าง

1.ใส่ถุงมือยางเวลาล้างจาน

2.ช่วงที่เป็นมาก ๆ ใช้ยาทาพวกสเตอรอยด์ได้

3.คันมากก็กินยาแก้แพ้แก้คัน พวกต้านฮีสตามีน

4.พยายาม​ อย่าเกาอย่าแกะ เพราะบางที ผิวหนังงจะลอกเป็นแผ่น ยิ่งเกา ยิ่งแกะ จะยิ่งทำให้เป็นมากขึ้น

ถ้าผิวหนัง​อักเสบ​มีลักษณะ​ ตุ่มน้ำ อย่าเจาะ​ตุ่ม​​

5.ใช้น้ำยาล้างจานที่ทำมาจากธรรมชาติเพราะจะไม่เป็นอันตรายต่อผิว

ในการเลือกน้ำยาล้างจานมีความสำคัญอย่างมากต่อการทำความสะอาดภาชนะใส่อาหารและสุขอนามัยของเราเอง ดังนั้นควรเลือกใช้น้ำยาล้างจานที่ไม่ทำให้เรามีอาการแพ้น้ำยาล้างจานและไม่ทิ้งสารตกค้างบนภาชนะ เพราะจานชามช้อนเหล่านั้นสัมผัสกับอาหารที่เรานำเข้าสู่ร่างกายโดยตรง จึงควรที่จะใส่ใจในการล้างทำความสะอาดทุกขั้นตอนเพื่อสุขภาวะที่ดีของตนเองและคนในครอบครัว

การรักษาผิวหนังมืออักเสบ

  • ป้องกันมิให้มือสัมผัสกับสิ่งที่ระคายเคือง หรือสงสัย เช่นสบู่ ผงซักฟอก หรือแม้กระทั่งการล้างมือบ่อยๆ
  • งดสระผมด้วยตัวเอง หรือสวมถุงมือเวลาสระผม ไม่ทาครีมนวดผม หรือย้อมผม
  • หลีกเลี่ยงการล้างมือบ่อยๆ
  • หลีกเลี่ยงการปลอกผมไม้ หรือการบีบเปลือกผลไม้เช่นการบีบมะนาว
  • ไม่ใส่แหวนขณะทำงาน
  • ควรใช้สบู่อ่อนในการล้างมือ
  • เมื่อหายแล้วควรหยุดทำงานเสียระยะหนึ่งก่อน
  • ให้ทายาปฏิชีวนะในรายที่มีการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • ใช้ยาทา steroid betametazone ทาวันละ 2-3 ครั้ง
  • รับประทานยาแก้แพ้ chlorpheniramine 4 มก วันละ 3-4 ครั้ง

 

 

สัญญานเตือน ว่าตัวคุณเองดื่มน้ำน้อยเกินไป

การดื่มน้ำนั้นสำคัญมากต่อการดำรงชีวิตเพราะน้ำหล่อเลี้ยง เราในร่างกาย แต่คุณอาจจะไม่คิดถึงว่าตัวคุณเองอาจจะดิ่มน้ำน้อยเกินไปวันนี้เรามีคำตอบและสัญญานเตือนว่าคุณกำลังดื่มน้ำน้อยอยู่นะ

ชีวิตอันวุ่นวายของเรา อาจทำให้คุณลืมที่จะดื่มน้ำให้เพียงต่อความต้องการของร่างกาย แต่การดื่มน้ำน้อยเกินไปก่อให้เกิดข้อเสียหลายอย่าง รวมไปถึงโรคร้ายที่น่ากลัวอย่างกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือกรวยไตอักเสบได้เช่นกัน

แต่ปัญหาคือเราอาจไม่รู้ตัวว่าเรากำลังดื่มน้ำน้อยเกินไป ดังนั้นเรามาสังเกตร่างกายของเรากันดีกว่าว่า ถึงเวลาหรือยังที่เราควรเติมน้ำให้กับร่างกายให้มากขึ้น

กระหายน้ำ

บางครั้งเราอาจจะกระหายน้ำโดยที่เราไม่รู้ตัว แต่หากเราได้ดื่มน้ำแล้ว แทบจะหยุดไม่ได้เลยล่ะ ยกแก้วขึ้นดื่มหมดรวดเดียวจบ แถมยังอาจรู้สึกว่ายังไม่พออีกด้วยซ้ำ

ปัสสาวะสีเหลืองเข้ม-สีส้มเป็นประจำ

สีของปัสสาวะที่ปกติควรเป็นสีเหลืองอ่อนชนิดที่จางมากๆ เหมือนน้ำเก๊กฮวยที่เคยใส่น้ำแข็งเอาไว้เต็มแล้วน้ำแข็งละลายจนหมด และกลิ่นก็ไม่ควรจะฉุนกึ้กจนเตะจมูกอย่างชัดเจน ปัสสาวะสีเข้มบ่งบอกว่าคุณดื่มน้ำน้อยเกินไป

ปัสสาวะไม่ถึง 4 ครั้งต่อวัน

คนปกติจะต้องลุกขึ้นมาเข้าก้องน้ำเพื่อปัสสาวะมากกว่า 4 ครั้งต่อวัน แต่หากคุณรู้ตัวว่าบางวันที่คุณนั่งทำงานอยู่ แทบไม่ได้เข้าห้องน้ำเลยล่ะก็ คุณควรจะรู้ตัวได้แล้วล่ะว่าวันนี้ได้ดื่มน้ำไปบ้างหรือยัง

ปากแห้ง

นอกจากแพ้ลิปสติกแล้ว หากคุณมีอาการปากแห้งอยู่บ่อยๆ อาจมาจากที่ร่างกายของคุณขาดน้ำได้เช่นกัน

ตาแห้ง

ยิ่งใครที่นั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ หรือใส่คอนแทคเลนส์ จะประสบปัญหาตาแห้งบ่อยๆ ยิ่งหากคุณดื่มน้ำไม่เพียงพอด้วยแล้ว ตาคุณจะยิ่งแห้ง แห้งถึงขนาดใส่คอนแทคเลนส์ลำบาก หรือแม้กระทั่งตอนถอดยิ่งลำบาก เพราะคอนแทคเลนส์จะดูดติดอยู่กับตา น่ากลัวใช่ไหมล่ะ

ท้องผูก

แน่นอนว่าเมื่อร่างกายไม่ได้รับน้ำอย่างเพียงพอ กากใยอาหารที่ผ่านการย่อย การกรองออกก็ขาดความชุ่มชื่นเช่นเดียวกัน ดังนั้นอุจจาระก็จะแข็ง ถ่ายยาก เผลอๆ หากท้องผูกบ่อยๆ ก็อาจเสี่ยงเป็นโรคริดสีดวงทวารด้วยนะ

ผิวแห้ง ริ้วรอยถามหาก่อนวัยอันควร

ต่อให้คุณเป็นคนผิวมัน แต่คุณก็จะเป็นคนผิวมันที่ขาดน้ำ ผิวคุณก็จะยิ่งมันหนักเข้าไปใหญ่ เพราะเมื่อคุณผิวแห้งเกินไป ต่อมไขมันใต้ชั้นผิวหนังก็จะยิ่งผลิตน้ำมันขึ้นมาเคลือบผิวไม่ให้ผิวแห้ง แต่หากคุณเป็นคนผิวแห้ง ก็จะยิ่งแห้งหนัก แล้วสุดท้ายริ้วรอยก็จะมาเยือนก่อนวัยอันควร ลองสังเกตดูว่าริ้วรอยบริเวณร่องแก้ม หางตา และหน้าผากมาหาคุณหรือยัง ถ้าคุณอายุยังน้อยแล้วริ้วรอยมาเยือนแล้วล่ะก็ แสดงว่าผิวของคุณขาดความชุ่มชื่น และคุณอาจดื่มน้ำไม่มากเพียงพอ

ระบบย่อยอาหารมีปัญหา

คนที่ดื่มน้ำไม่เพียงพอ มีโอกาสเป็นโรคกระเพาะอาหาร หรือกรดไหลย้อนมากกว่าปกติ เพราะเมื่อกระเพาะอาหารมีน้ำมาช่วยย่อยไม่เพียงพอ ปริมาณของกรดก็จะเข้มข้นมากขึ้น ความแข็งแรงของกระเพาะอาหารในการย่อยอาหาร รวมถึงเมือกที่ช่วยในการย่อยอาหารในกระเพาะก็น้อยลง อาจทำให้อาหารไม่ย่อย ท้องอืดท้องเฟ้อ หรือนานๆ เข้าอาจเสี่ยงกรดไหลย้อนได้

  วิธีป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำก็ง่ายๆ คุณควรตั้งแก้วน้ำเอาไว้ใกล้ๆ ตัว ยกขึ้นจิบเรื่อยๆ ไปทั้งวัน และต้องดื่มให้หมดในทุกๆ วัน อย่ามัวแต่ยุ่งกับการทำงานจนลืมดื่มน้ำบ่อยๆ เท่านี้ร่างกายของคุณก็จะได้รับน้ำอย่างเพียงพอแล้ว

 

 

 

กักตัวยังไงไม่ให้เบื่อ

วิกฤติโควิด-19 ระบาดใหม่ จุดเริ่มจากตลาดกลางกุ้ง สมุทรสาคร หลายพื้นที่ชื่อดังจังหวัดต่างๆ งดจัดกิจกรรม การระบาดครั้งนี้คนไทยต้องร่วมมือกันอีกครั้งเพื่อสกัดกั้นเชื้อและป้องกันตัวเองตามสุขอนามัย ซึ่งเป็นเรื่องต้องให้ความสำคัญที่สุดในช่วงนี้แล้ว ถูกกักตัว เนื่องจากเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยง

มีคนไทยอีกหลายคนรู้สึกเครียด กังวลใจที่ต้องระมัดระวังตนเองเพื่อป้องกันไม่ให้เสี่ยงติดเชื้อไวรัส จนอาจส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ เช่น โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า โรคนอนไม่หลับ ดังนั้นนอกจากระวังสุขภาพกาย เราอาจต้องปรับสุขภาพจิตตนเองให้แข็งแรงด้วยเช่นกัน จากคำแนะนำดีๆ ของ นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ รพ.ศรีธัญญา และโฆษกกรมสุขภาพจิต ที่จะมาชี้แนวทางในการดำเนินชีวิตไม่ให้เครียด เพื่อฝ่าด่านจากวิกฤติในครั้งนี้ไปได้อีกครั้ง

เทคนิค กักตัวไม่ให้น่าเบื่อ

ความรู้สึกกังวลเป็นกลไกธรรมชาติของมนุษย์ในการเผชิญวิกฤติและความเครียดมีความสัมพันธ์กับการทำงานต่างๆ ของร่างกาย เมื่อเกิดความเครียด สมอง ต่อมหมวกไต จะหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมา สิ่งเหล่านี้จะทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติจากเดิมจนเกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆ

สิ่งที่จะตามมาจากความเครียด คือ

  1. มีปัญหาสุขภาพกาย เช่น นอนไม่หลับ ปวดหัว ปวดบ่า ปวดไหล่ ท้องผูก ท้องเสีย
  2. อาการของโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหัวใจ อาจกำเริบแปรปรวนมากขึ้น
  3. อารมณ์และความรู้สึกผิดปกติ เปลี่ยนแปลง แปรปรวน เช่น ท้อแท้ เบื่อไปหมดทุกสิ่งรอบตัว เฉยชา

ส่วนวิธีคลายเครียดเพื่อช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้น ทำจิตใจให้สงบได้ด้วยตัวเองนั้นทำได้ง่ายๆ ดังนี้

  1. สูดหายใจช้าๆ ลึกๆ จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและสบายใจขึ้น
  2. เปลี่ยนโฟกัส หากิจกรรมสร้างสรรค์ทำ อย่าให้ว่างจนคิดมาก เช่น ทำอาหาร ออกกำลังกาย ทำความสะอาดบ้าน อ่านหนังสือ ดูทีวี
  3. สั่งอาหารอร่อยๆ มารับประทานที่บ้านบ้างเพื่อลดความจำเจ
  4. เชื่อมต่อกับคนอื่นผ่านโลกโซเชียล โทรคุยกัน หรือจะ Video Call ให้เห็นหน้ากันบ้าง และพยายามอย่าคุยกันเรื่อง Covid-19 ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ หรือจะอวยพรปีใหม่ก็ทำได้
  5. เรียนรู้สิ่งใหม่ทางโลกออนไลน์ เช่น ลงคอร์สเรียนออนไลน์ที่ชื่นชอบ ร้องเพลง ทำขนม
  6. เมื่อรู้สึกลบต้องพยายามปรับให้เป็นบวก และให้กำลังใจตัวเองเสมอ เช่น ไม่ได้มีเราเพียงคนเดียวที่ถูกกักตัว 14 วัน คนอื่นทำได้ เราก็ต้องทำได้
  7. ก่อนนอน คิดถึงกิจกรรมต่างๆ ที่จะทำในวันรุ่งขึ้น เพื่อให้เกิดความกระตือรือร้น ลดความจำเจ
  8. กินอาหารน้อยๆ แต่กินบ่อย และกินหลากหลายเพื่อให้สุขภาพแข็งแรง หากกินมากทุกมื้อ เสี่ยงโรคอ้วนตามมาได้
  9. จัดมุมต่างๆ ในห้องใหม่ เช่น เปลี่ยนชุดผ้าปูที่นอนทุก 3 วัน, ย้ายมุมโต๊ะทำงาน, จัดย้ายโซนโซฟาที่นั่งไปมุมอื่นๆ

 

 

เริ่มต้นขายของออนไลน์ 

ในยุคนี้ใครๆ ก็อยากขายของออนไลน์กันทั้งนั้น เพราะนอกจากไลฟ์สไตล์ในการช็อปปิ้งของลูกค้าจะเปลี่ยนมาอยู่ในโลกออนไลน์มากขึ้น การขายของออนไลน์ยังสร้างรายได้สร้างกำไรอย่างเป็นกอบเป็นกำให้กับพ่อค้าแม่ค้ามากหน้าหลายตา หลายคนเข้ามาลิ้มรสส่วนแบ่งในรูปแบบอาชีพเสริมแต่สิ่งที่ยากที่สุดอยู่ที่ขั้นตอนแรกสุดในการขายนั่นก็คือ ไม่รู้ว่าจะขายอะไรดี ในวันนี้เรามีวิธีในการเลือกขายสินค้าออนไลน์มาแนะนำให้กับผู้สนใจอยากมาขายของ

ก่อนจะเลือกว่าจะขายอะไร จะขายสินค้าได้หรือไม่

ถ้าจะแนะนำขั้นตอนการเลือกสินค้าที่จะมาขายก่อนจะพูดถึงปัจจัยที่จะกำหนดการขายก็ดูจะข้ามขั้นตอนไปสักนิด ฉะนั้นเรามาดูกันเสียก่อนว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่จะกำหนดอนาคตในการขายของคุณ

สินค้า

คุณภาพต้องมาก่อนสิ่งใด ถ้าสินค้าที่คุณขายเป็นของดีมีมาตรฐาน คุณก็เก็บดอกเก็บผลในวงการ   ขายออนไลน์กันไปยาวๆ แต่ถ้าคุณเอาของไม่ดีมาขาย คุณก็เก็บร้านกลับบ้านกันไปยาวๆ เช่นกัน

ราคา ปัจจัยนี้มีส่วนสำคัญในการอยู่รอดของคุณ ราคาที่คุณตั้งเมื่อเทียบกับคู่แข่งแล้วเป็นอย่างไรสูงกว่าหรือต่ำกว่า แต่ขณะเดียวกันคุณเองก็ต้องนำเอาปัจจัยด้านต้นทุนมาคิดด้วยว่าเมื่อหักกลบ ลบหนี้แล้วมันเหลือเป็นกำไรหรือเปล่า

แพ็คเกจ เรื่องของแพ็คเก็จก็สามารถกำหนดยอดขายได้เช่นกัน ถ้าสินค้าของคุณมีแพ็คเก็จที่สะดุดตาย่อมเป็นที่ดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้ง่าย

ลูกค้า

ความต้องการของลูกค้า ของที่จะเอามาขายเป็นสิ่งที่เป็นที่ต้องการของลูกค้าหรือไม่หรือเป็นความ  ต้องการของเราเอง ถ้าคุณเลือกของที่คนอื่นต้องการคุณก็ขายได้แต่ถ้าคุณเลือกจากสิ่งที่คุณต้องการ ของนั้นก็เอาไว้ขายคุณแค่คนเดียว

ตอบโจทย์การแก้ปัญหา ยิ่งสินค้านั้นตอบโจทย์หรือช่วยแก้ปัญหาบางเรื่องให้กับลูกค้า สินค้านั้นก็  มีโอกาสขายดิบขายดี

ความพึงพอใจ ส่วนนี้คือเรื่องของอารมณ์ล้วนๆ แม้สินค้าจะเป็นที่ต้องการและตอบโจทย์เพียงใด แต่ถ้าลูกค้าไม่พอใจเขาก็ไม่ซื้อ นี่จึงเป็นปัญหาที่คุณต้องขบให้แตกครับ

การตลาด

มีของแต่ไม่รู้การตลาดก็แทบปิดประตูรวย การตลาดที่ต้องคำนึงถึง ช่องทางจำหน่ายหรือช่องปล่อยของ ว่าคุณมีช่องทางนี้มากน้อยเพียงใด ตรงกับช่องทางที่จะเข้าถึง    ลูกค้าหรือไม่

 

ใหลตายโรคร้ายมัจจุราช

            เกิดการสูญเสียมากมายกับโรคที่เสียชีวิตแบบไม่รู้สาเหตุ คือ โรคใหลตาย ในทางการแพทย์เรียกภาวะนี้ว่า หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เป็นอีกหนึ่งโรคที่พบบ่อยความน่ากลัวของโรคนี้คือการเสียชีวิตแบบเฉียบพลัน ที่ผู้ตายไม่มีโอกาสรู้ตัวมาก่อนเลย

           โรคใหลตาย มีสาเหตุที่สำคัญคือภาวะร่างกายขาดแร่ธาตุโพแทสเซียม ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง ส่งผลให้หัวใจเต้นแรงขึ้นและเสียชีวิตในที่สุด ปัจจัยที่เกี่ยวข้องของโรคมี 2 อย่าง ได้แก่ การบริโภคอาหารที่มีสารพิษวันละเล็กน้อย จนเกิดการสะสมและเป็นพิษต่อกล้ามเนื้อหัวใจ ปัจจัยต่อมาคือการขาดสารอาหารที่เป็นวิตามินบี 1 อย่างรุนแรงเฉียบพลัน ทำให้คนที่แข็งแรงอยู่ดีๆ รู้สึกอ่อนเพลียและอยากนอน เมื่อหลับแล้วก็หัวใจวายตายเกือบจะทันที โดยโรคนี้สัมพันธ์ใกล้ชิดกับภาวะทุพโภชนาการ และสุขนิสัยการกินที่ผิด

กลไกการเกิดภาวะโรคใหลตาย อธิบายได้ดังนี้ โดยปกติแล้วการเต้นของหัวใจคนเรานั้นเกิดขึ้นจากไฟฟ้า ซึ่งไฟฟ้าเกิดจากเกลือแร่ที่วิ่งเข้าออกระหว่างเซลล์ตลอดเวลา โดยเกลือแร่ที่ทำให้เกิดไฟฟ้ามีหลายชนิด เช่น โซเดียม โพแทสเซียม แคลเซียม เป็นต้น ซึ่งต้องวิ่งเข้าออกบริเวณที่เปรียบเสมือนประตู แต่ในคนที่เกิดภาวะใหลตายนั้นพบว่าประตูที่ทำให้โซเดียมเข้าออกเซลล์นั้นมีน้อยกว่าคนปกติ เป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นแต่กำเนิด และเป็นสาเหตุในระดับเซลล์ คนกลุ่มนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเกี่ยวกับอาหารการกิน เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคใหลตาย

           การเกิดภาวะใหลตายเกี่ยวข้องกับการเต้นของหัวใจ ที่เราพบในคนไข้ใหลตายนั้นเกิดจากหัวใจห้องล่าง ซึ่งปกติเป็นปั๊มหลักคอยบีบเลือดไปเลี้ยงร่างกาย เมื่อประตูหัวใจห้องล่างเกิดไฟฟ้าลัดวงจรทำให้มีการเต้นไม่สม่ำเสมอของหัวใจห้องล่าง เกิดไฟฟ้ามากระตุ้นให้เป็นจุดเล็กๆ และแทนที่หัวใจห้องล่างจะบีบตัวโครมๆ เพื่อเอาเลือดไปเลี้ยงร่างกาย ก็บีบตัวไม่ได้และสั่นระริกๆ ทำให้เลือดไปเลี้ยงร่างกายและสมองไม่เพียงพอ ภายใน 30 วินาทีจะเป็นลมหมดสติ 4 นาทีต่อมาถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นสมองจะตาย และภายใน 6-7 นาที ถ้ายังไม่หายก็จะเสียชีวิตในที่สุด

อาการแสดงของภาวะเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายและสมองไม่เพียงพอ คือเกิดการเกร็งของแขนและขา หายใจเสียงดังจากการมีเสมหะในหลอดลม บางรายปัสสาวะและอุจจาระราด เพราะสูญเสียการควบคุมของระบบประสาทโดยอัตโนมัติ ผู้ป่วยจะมีใบหน้าและริมฝีปากเขียวคล้ำ จากนั้นจะเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว 

การรักษาโรคใหลตายในทางการแพทย์มี 2 วิธี ได้แก่ การใช้ยาและการฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ โดยในการให้ยานั้นขึ้นอยู่กับอาการโรคใหลตายว่ารุนแรงแค่ไหน หากรุนแรงมาก การใช้ยารักษาก็อาจไม่ได้ผล และต้องใช้วิธีฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจเข้าไปในร่างกายแทน ในวันพักผ่อนน้อย ดื่มเหล้า หรือใช้สารเสพติด รวมถึงยาบางอย่างหรือในวันที่ไม่สบาย อาจทำให้อาการใหลตายเกิดขึ้นและเสียชีวิตกระทันหันในวันเหล่านั้น

วิธีการรักษาที่ดีที่สุดคือการฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ เพื่อควบคุมการเต้นของหัวใจให้ผู้ที่เคยตกอยู่ในภาวะใหลตายสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ การดูแลหลังการรักษานั้นต้องหลีกเลี่ยงการกดบริเวณหัวไหล่ ไหปลาร้าข้างที่ใส่เครื่อง เพราะอาจทำให้สายหัก ทั้งนี้ด้านอาหารการกินยังต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือหลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารพิษปนเปื้อน รับประทานอาหารที่สะอาดถูกหลักอนามัย และรับประทานอาหารที่ให้สารอาหารเพียงพอต่อร่างกายโดยเฉพาะวิตามินบี ที่สำคัญควรรับประทานอาหารที่มีคุณสมบัติช่วยบำรุงหัวใจและหลอดเลือดอย่างสม่ำเสมอ เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ ถั่วดำ ถั่วแระ เต้าหู้ เป็นต้น

การดูแลตนเองให้ห่างไกลโรคภัยดีที่สุดไม่ว่าจะเป็นการกินการนอนหรือการระทำอะไรต่างๆ ไม่เช่นนั้นแล้วโรคใหลตายโรคร้ายมัจจุราช อาจจะมาเยือนคุณได้

 

แนะนำการจัดแจกันดอกไม้

ใครที่กำลังหางานอดิเรกทำในช่วงกักตัวอย่างนี้เรามีงานอดิเรกมาแนะนำอาจจะช่วยสร้างอาชีพให้คุณอีกด้วย เรามาดูการจัดดอกไม้กันดีกว่าเราได้รวบรวมเทคนิคดีๆมาให้แล้วไปดูกันเล

การเลือกดอกไม้ที่นำมาจัด

การเลือกดอกไม้ไม่ว่าจะเป็นโทนสี หรือชนิดของดอกไม้ สามารถเลือกตามความชอบ ที่สนใจได้เลย แต่ต้องคำนึงถึงสถานที่ ที่เราจะนำแจกันดอกไม้ไปประดับตกแต่งด้วยเท่านั้นเอง หลังจากที่เลือกดอกไม้ที่ต้องการแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการเลือก แจกันดอกไม้ แจกันที่เราเลือกขนาดควรมีความสัมพันธ์กับชนิดของดอกไม้ ขนาดของแจกันไม่ควรเล็กหรือใหญ่จนเกินไป สำหรับรูปทรงของแจกันควรเลือกรูปทรงแบบพื้นฐาน เช่น แจกันทรงตรง หรือ ทรงกลมปากเล็ก การเลือกแจกันที่มีรูปแบบปากแจกันเล็กกว่าฐานแจกัน เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นในการจัดแจกัน เพราะปากแจกันช่วยประคองก้านดอกไม้ในยึดติดกับแจกันได้ง่ายขึ้น

ทำความสะอาดดอกไม้

เมื่อเลือกชนิดของดอกไม้ได้แล้ว ก็นำดอกไม้มาทำความสะอาด ขั้นตอนในการทำความสะอาดดอกไม้ถือว่าสำคัญ  ดอกไม้แต่ละชนิดที่เรานำมาจัด จะมีส่วนของก้านหรือใบที่เน่าเสีย หรือส่วนนี้จะทำให้น้ำในแจกันเกิดเชื้อแบคทีเรีย แล้วจะทำให้น้ำแจกันของเราเสียเร็ว ดังนั้นก่อนจัดแจกันหรือจัดดอกไม้ทุกครั้งควรทำความสะอาดดอกไม้เสียก่อน อีกเทคนิคที่สำคัญ การเช็คอุณหภูมิน้ำที่จะใช้จัดแจกันดอกไม้ ควรเลือกน้ำอยู่ที่ประมาณอุณหภูมิห้อง ไม่ร้อนหรือเย็นจัดจนเกิดไป เพราะลักษณะของน้ำจะส่งผลต่อความบานหรือเหี่ยวเฉาของดอกไม้ได้

การใช้โอเอซิส

การจัดแจกันดอกไม้ โดยไม่ต้องใช้น้ำ ด้วยการใช้โอเอซิส เป็นตัวช่วยแทน จะช่วยทำให้การจัดง่ายขึ้น วิธีการคือการนำ ด้วยการนำโอเอซิสไปแช่น้ำให้ชุ่มก่อนที่จะนำไปใส่ในแจกันดอกไม้ เพราะโอเอซิสที่ชุ่มไปด้วยน้ำสามารถช่วยถนอมให้ดอกไม้มีความสดนานอยู่ในแจกันได้ถึง 2 วันเลยทีเดียว

การจัดดอกไม้ให้เหมาะสมกับขนาดและความสูงของแจกัน

การดีไซน์การ จัดแจกันดอกไม้ทรงสูง ให้มีความเหมาะสมกับรูปทรงของแจกัน ทั้งนี้หากคุณเป็นมือใหม่ที่ไม่เคยจัดแจกันดอกไม้มาก่อน ไม่ควรเริ่มต้นการจัดดอกไม้ทรงสูงเกินไป เพราะจะจัดค่อนข้างยาก ทางที่ดีควรเลือกแจกันและจัดดอกไม้ให้มีขนาดปานกลางหรือไม่สูงมากจะดีกว่า เมื่อดีไซน์การจัดดอกไม้ได้แล้วก็เริ่มลงมือตัดก้านดอกไม้ให้พอเหมาะกับรูปทรงของแจกันดอกไม้ต่อไป

ตัดแต่งกิ่งก้านส่วนเกินก่อนจัด

ต้องตัดและตกแต่งกิ่งเล็กกิ่งน้อยที่อยู่ตามดอกไม้ เพื่อไม่ให้กิ่งก้านเล็กน้อยนี้ไปสร้างความรกจนเกินไปให้กับแจกัน แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรตัดให้สั้นจนโล้นเกินไป เพราะแจกันดอกไม้ของคุณอาจจะดูโล่งนั่นเอง ควรเหลือส่วนดอกที่เด่นๆ และก้านขนาดเล็กถึงปานกลางไว้บ้าง เพื่อเพิ่มความสวยงาม

เทคนิคการจัดดอกไม้

อย่าลืมคำนึงถึงความห่างของดอกไม้แต่ละดอกที่เสียบลงไปในแจกันด้วย ซึ่งทริคที่ง่ายที่สุดสำหรับวีธีการจัดแจกัน ของนักจัดดอกไม้มือใหม่นั่นก็คือ การจัดดอกไม้ดอกใหญ่ใส่แจกันก่อนเป็นลำดับแรก เพื่อให้ดอกไม้ดอกนี้เป็นศูนย์กลางและเป็นตัวส่งทิศทางการจัดดอกไม้ที่ง่ายขึ้น การเสียบดอกไม้ขนาดเล็กและขนาดต่างๆลงไป นำก้านและใบที่ตัดตกแต่งออกไปในขั้นตอนช่วงต้น มาประดับตกแต่ง แจกันดอกไม้สด เพราะใบต่างขนาดและก้านต่างขนาด สามารถสร้างมิติให้กับแจกันดอกไม้ได้ ดอกไม้ที่นำมาจัดมีสีสันสดที่แตกต่างกันไป การนำใบสีเขียวสดหรือสีเขียวหลากชนิดมาแซมบริเวณช่องว่างของแจกัน ก็ยิ่งช่วยเพิ่มสีสันและความแปลกตาให้กับแจกันใบนี้ได้ดีทีเดียวนำแจกันดอกไม้สด เพื่อให้แจกันดอกไม้สดสวยๆ อยู่ได้นานหลายวัน สร้างความสวยงามและสดชื่นให้กับคุณไปนานควรพรมน้ำหรือใส่โอเอซิสไว้

การจัดแจกันดอกไม้นี้ เป็นทริคเบื้องต้นที่สามารถนำไปจัดได้ง่ายๆก็สามารถจัดดอกไม้สดใส่แจกันแบบสวยงามได้อย่างลงตัวหากกำลังมองหาไอเดียการจัดดอกไม้เก๋ๆ รูปแบบสวยงามที่มาพร้อมดอกไม้หลากชนิดคุณภาพดีอยู่ล่ะก็ ก็สามารถลองไปทำตามกันดูได้เลย

ข้อดีข้อเสียของการอาบน้ำอุ่น

ในช่วงหน้าหนาวอากาศเย็นแบบนี้คงไม่พ้นการอาบน้ำที่ทรมาณกันอย่างแน่นอนวันนี้เราจะพามาดูข้อดีและข้อเสียในการอาบน้ำอุ่นกัน

การอาบน้ำอุ่นมีข้อดีในด้านการส่งเสริมสุขภาพและผิวพรรณ หากรู้จักเลือกใช้น้ำอุ่นในอุณหภูมิที่เหมาะสม ย่อมส่งผลดี ซึ่งประโยชน์ของการอาบน้ำอุ่นก็มีดังนี้

ข้อดีในการอาบน้ำอุ่น

1.ช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือด การอาบน้ำอุ่นจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ส่งผลดีต่อสุขภาพ การอาบน้ำอุ่นในอุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่ร้อนมากจนเกินไป จะทำให้เลือดสูบฉีดไหลเวียนไปทั่วร่างกาย เป็นวิธีเสริมสุขภาพดี

2.สร้างความผ่อนคลายให้กล้ามเนื้อ

การอาบน้ำอุ่นช่วยเรื่องความผ่อนคลาย ทำให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัว ผ่อนคลายเมื่อยล้าและอาการตึงเครียดที่ถูกเก็บสะสมมานาน ในกล้ามเนื้อในร่างกาย

3.ช่วยลดสิ่งอุดตันบนรูขุมขน การอาบน้ำอุ่นจะช่วยดูแลผิวพรรณ จัดการสิ่งสกปรกและไขมัน อันเป็นตัวการหลักที่ทำให้เกิดสิว ทำให้ผิวหมองคล้ำไม่สม่ำเสมอ เป็นการช่วยทำความสะอาดรูขุมขนได้อย่างเกลี้ยงเกลามากขึ้น

4.ช่วยเพิ่มความสดชื่นรู้สึกตื่นตัวมีพลัง เพราะน้ำอุ่นมีคุณสมบัติในการลดประจุบวก เพิ่มประจุลบในอากาศ ในตอนที่กำลังอาบน้ำอยู่ ทำให้หายใจได้โล่ง รู้สึกปลอดโปล่ง

ข้อเสียในการอาบน้ำอุ่น

การอาบน้ำอุ่นมีข้อดีอยู่มากมาย แต่ก็ยังมีข้อเสียอยู่เหมือนกัน มาทำความเข้าใจถึงข้อควรระวังในการอาบน้ำอุ่น พร้อมทั้งวิธีป้องกันแก้ไขอย่างถูกต้อง

1.อาบน้ำอุ่นมากจะทำให้ผิวแห้งเสีย การอาบน้ำอุ่นนานในอุณหภูมิที่สูงมากจนเกินไป จะทำให้ผิวแห้งเสีย ขาดความชุ่มชื้น นำไปสู่อาการ ผิวแตกลอก รูขุมขนกว้าง เพราะน้ำอุ่นเป็นตัวการทำลายน้ำมันที่อยู่บนผิวออกไป จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวแห้งกร้าน เกิดการระคายเคืองได้ง่าย

2.หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ที่มีฟองมาก หากมีความจำเป็นต้องอาบน้ำอุ่น เพราะจะทำให้ผิวเสียความชุ่มชื้นมากขึ้น และไม่ควรขัดถูตัวแรงๆ เพราะจะทำให้ผิวถูกทำลาย ทำให้ผิวลอกและแห้งมากขึ้นเรื่อยๆ

3.ไม่ควรแช่น้ำอุ่นเกิน 30 นาที ควรรีบอาบน้ำอุ่นให้ไว สำหรับเวลาที่เหมาะสมคือ 15 นาที การแช่น้ำอุ่นนานเกินไป จะทำให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณผิวหนังมาก จนทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะเป็นลมได้

4.ไม่ควรสระผมด้วยน้ำอุ่น  เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมแห้งเสีย จนเกิดปัญหารังแค การสระผมด้วยน้ำอุ่น จะทำให้ผมชี้ฟู จัดทรงยาก ข้อแนะนำในการอาบน้ำอุ่น ตอนอาบน้ำใกล้จะเสร็จ ควรอาบน้ำอุ่นสลับเย็น เพื่อปรับสภาพผิวหนังให้ชุ่มชื้น ทาครีมบำรุงผิวสูตรที่มีมอยส์เจอไรเซอร์ทันที

เห็นได้ว่าการอาบน้ำอุ่นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ในช่วงที่อากาศหนาว คงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากที่ต้องอาบน้ำอุ่น เพราะฉะนั้นก็ให้เลือกวิะีอาบพร้อมกับดูแลร่างกายไปด้วย การเรียนรู้วิธีอาบน้ำอุ่นอย่างถูกต้องเหมาะสม จะช่วยป้องกันผลเสียที่เกิดจากการอาบน้ำอุ่นได้แน่นอน

รวยด้วยธุรกิจ 20 บาท

เราจะเปิดร้านขายของ 20 บาท ทำอย่างไรให้รวยหลักแสน หลักล้าน ทุกคนทราบดีเป็นธุรกิจที่ขายของง่าย ปล่อยของได้สะดวกในราคาที่ทุกคนจับต้องได้ทำให้มีกำไรมหาศาล ถ้าเราสามารถทำยอดได้ตามที่กำหนดวันนี้เราจะมาดูวิธีการรวยได้ด้วยธุรกิจ 20 บาทกัน ไปดูกันเลย

ปัจจุบันร้านขายของ 20 บาทในเมืองไทยมีอยู่มากมาย สินค้าที่นำมาขายในร้านส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน มีคุณภาพบ้าง ไม่มีคุณภาพบ้าง แล้วแต่ว่าผู้ประกอบการเจ้าของร้านจะใจถึงมากเพียงไหน  ถ้าร้านไหนขายของคุณภาพ ราคาถูก ลูกค้าก็เยอะ จึงไม่แปลกที่คนที่อยากมีกิจการหรือร้านค้าเป็นของตนเอง หันมานิยมลงทุนเปิดร้านขายของ 20 บาทเป็นจำนวนมาก เพราะการเปิดร้าน 20 บาท ทำได้ง่าย มีทั้งซื้อแฟรนไชส์ และเปิดร้านเอง เพียงแค่หาสินค้าราคาต่ำกว่า 20 บาทมาขาย ก็ได้กำไร แต่รู้หรือไม่ว่า ความยากในการเปิดร้าน 20 บาท ให้รวย ให้ได้เงินหลักแสน หลักล้านนั้น อยู่ที่การบริหารจัดการร้าน รวมถึงเทคนิคในจัดหาสินค้าจากแหล่งขายส่งต่างๆ มาขาย และการให้บริการลูกค้าก็เท่านั้นเอง

เราจะนำเสนอก่อนว่า เราจะมีช่องทางในการเปิดร้านขายของ 20 บาท ได้อย่างไร

ซื้อแฟรนไชน์ร้าน 20 บาท โดยมีข้อดีของการซื้อแฟรนไชส์ร้านค้า 20 บาท ก็คือ เจ้าของแฟรนไชส์จะทำการจัดส่งสินค้ามาให้ ในวงเงินที่เราทำสัญญากับเขาไว้ หรือใช้เงินลงทุนซื้อสินค้าขั้นต่ำจากเจ้าของแฟรนไชส์มาขายในร้านที่มีอยู่ได้เลย โดยสินค้าจะมีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เครื่องเขียน เครื่องครัว เครื่องมือช่าง สินค้าตกแต่งบ้าน สินค้า IT สินค้าแฟชั่น ของเล่น การซื้อแฟรนไชส์ร้าน 20 บาท ยังได้รับการช่วยเหลือและสนับสนุนจากเจ้าของแฟรนไชส์ตลอดอายุสัญญาด้วย ทำให้ง่ายต่อการดำเนินธุรกิจ

การซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย วิธีการแบบนี้ หมายความว่าให้ไปซื้อจากร้านที่เปิดขายส่งให้กับร้าน 20 บาทอีกที แต่ไม่ใช่แบบซื้อจากเจ้าของแฟรนไชส์ ไม่ต้องมีข้อผูกมัดใดๆ แต่ต้องเข้าไปเลือกสินค้าเอง ซื้อเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น ไปร้านเดียวได้ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ ทั้งเครื่องครัว ของใช้ประจำวัน ของใช้ทั่วไป ในราคาส่งที่ต่ำกว่า 20 บาท ซึ่งแน่นอนวิธีนี้น่าจะเหมาะสมหากใครต้องการเลือกสินค้าเอง

คนที่อยากจะเปิดร้าน 20 บาท ให้รวยหลักแสน หลักล้าน ต้องมีเงินทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจเพียงพอ ถือเป็นต้นทุนในการทำธุรกิจที่คุณต้องพิจารณาก่อนเป็นอันดับแรก ต้องดูก่อนว่าสถานที่ที่จะใช้เปิดร้านขายของ 20 บาททุกอย่าง มีขนาดใหญ่เท่าไหร่ เพราะการเปิดร้านขายของ 20 บาท ต้องลงสินค้าให้แน่นร้าน และมีหลากหลายประเภท ถ้าลงน้อยจะทำให้ภายในร้านดูโล่ง ไม่ดึงดูดให้ลูกค้าเข้าไปซื้อสินค้า ถ้าเป็นตึกหรือห้องแถวให้เช่า คุณก็ต้องมีค่ามั่นจำ ค่าเช่า ค่าตกแต่งร้าน และค่าชั้นวางสินค้า เบื้องต้นคุณต้องเตรียมเงินทุนไว้ประมาณ 30,000-40,000 บาท ต้นทุนอีกส่วนหนึ่งที่คุณต้องเตรียมไว้จ่าย คือ สินค้าที่จะนำมาขายในร้าน การเปิดร้าน 20 บาท ต้องมีสินค้าหลากหลายและลงให้เต็มร้านมากที่สุด เพื่อดึงดูดลูกค้า ซึ่งอาจต้องใช้เงินถึงหลักแสนบาทในการซื้อสินค้า แล้วแต่ขนาดของร้านค้า

และต้องรู้จักบริหารจัดการสต็อกสินค้าให้เป็น การเปิดร้านขายของ 20 บาท โดยส่วนใหญ่แล้วสินค้าจะหมุนเวียนเข้าออกเป็นประจำ มีสินค้าใหม่ๆ เข้ามาในร้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงให้ลูกค้าเข้าร้านเป็นประจำ ถ้ามีสินค้าที่สามารถสต็อกและจัดเก็บไว้หลังร้าน อาจจะเป็นสินค้าจำพวก อุปกรณ์ช่าง เครื่องครัว  ส่วนสินค้าเบ็ดเตล็ดอื่นๆ เช่น กิ๊ฟช็อป เครื่องเขียน ของเล่นเด็ก สุขภัณฑ์ พลาสติก แก้ว คุณอาจไม่ต้องสต็อกเยอะก็ได้ แต่ต้องดูว่าสินค้าเหล่านี้จะหมดช่วงเวลาไหน จะได้เตรียมการสั่งซื้อเข้ามาทดแทนในร้านได้พอดีเวลา เรียกว่าต้องหมุนเวียนสินค้าไม่ให้ชั้นวางสินค้าดูโล่ง สินค้าตกยุคก็ต้องเปลี่ยนให้ตามเทรนด์ นำของใหม่ๆ เข้ามาในร้านตลอด เพราะถ้าไม่มีสินค้าใหม่ๆ มาให้ลูกค้าได้เลือก พอไปได้สักพักลูกค้าเก่าๆ ก็จะขาดหายไป

อย่าลืมทำบันทึกรายรับ  รายจ่ายเป็นประจำ เป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของร้าน 20 บาททุกอย่าง ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้รู้ยอดกำไรขาดทุนที่แท้จริงของร้าน มีการบันทึกสินค้ากลุ่มขายดี ขายไม่ดี ที่สำคัญคุณควรที่จะมีเงินทุนสำรองไว้ประมาณหลายเดือน เพราะเป็นช่วงเวลาที่จะทำให้รู้ว่าร้านอยู่รอดหรือไม่ ถ้าจะให้ดีคุณต้องแบ่งเงินจำนวนหนึ่งไว้เป็นค่าแรงและเงินเดือนด้วย

คนที่ประสบความสำเร็จ ต้องมีปัจจัยเกื้อหนุนหลายอย่างมาเป็นองค์ประกอบ ที่สำคัญคุณก็ต้องมีความพร้อมในหลายๆ ด้าน และรู้จักวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ตลาด เพื่อดูว่าสินค้าอะไรบ้างที่จะสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ แต่อย่าลืมว่า ถ้าอยากรวยจากการเปิดร้าน 20 บาท สินค้าจะต้องมีคุณภาพจริงถึงแม้จะอยู่ ในราคาต่ำกว่า 20 ถ้าขายได้มาก กำไรยิ่งมาก ก็สามารถรวยได้นั่นเอง

 

ปัญหาแก้ได้ไม่จำเป็นต้องหนี

         ไม่มีใครที่ไม่เคยมีปัญหาในชีวิตก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่ช่วงที่มีปัญหาเป็นเรื่องธรรมดาที่เป็นไปได้ แต่ในยามที่เราไม่มีปัญหาชีวิตก็น่าจะเป็นช่วงที่เรามีความสุขมากช่วงหนึ่ง  แต่ช่วงเวลาของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน บางคนแค่เพียงสั้นๆ หรือบางคนอาจจะยืนยาวเหลือเกิน เพราะว่าคนเราคนเรามองปัญหาไม่เท่ากันนั่นเอง

ทำอย่างไรเมื่อมีปัญหา

ก่อนอื่นต้องแยกให้ออกว่าปัญหาที่มีเป็นปัญหาที่ตัวเราหรือว่าเป็นปัญหาที่คนอื่นเพราะถ้าเป็นที่คนอื่นแล้วนั้น ก็แก้ปัญหาให้ตรงจุดเริ่มต้นที่ตัวเองเสียก่อน

หากบางทีเราก็มองปัญหายากไปหรือง่ายเกินไป การแก้ไปปัญหาไม่ใช่เรื่องสนุกนัก ยากคาดเดาผลลัพธ์ และอะไรที่เป็นปัญหาไปแล้ว แม้แก้ไขได้ ก็น้อยนักจะสมบูรณ์ดังเดิม ยิ่งหากเป็นปัญหาชีวิต เวลาเกิดขึ้นทีหนึ่ง มักจะมีปัญหายิบย่อยจะตามมาแน่นอนว่าดีที่สุดคือการไม่สร้างปัญหาหรือไม่ทำอะไรให้เกิดปัญหาดีที่สุด

ส่วนหนึ่งเราต้องแยกแยะก่อนว่า เรามองปัญหาต่างกัน ให้น้ำหนักต่างกัน และมีหลายเรื่องเล็กเกินไปที่จะนำมาเป็นปัญหา เช่น วันนี้จะใส่เสื้อสีอะไรดี, เดินสะดุดพื้นฟุตบาท, ลืมของไม่สำคัญ, ที่ยงนี้กินอะไรดี เหล่านี้ไม่ควรนับเป็นปัญหา ซึ่งก็มีแหละที่เอามาเป็นปัญหาให้ตัวเองและคนอื่นปวดหัวได้เหมือนกัน

บางทีเรายังมีปัญหาเชิงบวก ที่แม้จะเป็นปัญหา แต่มันเป็นเรื่องที่ดี โดยไม่ใช่ว่าเรามองโลกในแง่ดีเพียงอย่างเดียว เช่น สมมติคุณเปิดร้านอาหาร ปัญหาคือร้านคุณเล็กเกินไป ลูกค้าไม่มีที่นั่ง ที่นั่งไม่พอบ่อย ๆ อะไรเช่นนี้ ที่แม้จะเป็นปัญหา แต่ก็ถือว่ามีสัญญาณที่ดีในนั้น ดีกว่าอีกปัญหาที่ร้านกว้าง แต่ไม่มีลูกค้ามานั่งเป็นไหนเมื่อแยกแยะแล้วว่าสิ่งไหนคือปัญหาจริง ๆ และสิ่งไหนที่ไม่ควรนำมาเป็นปัญหา

ใครๆก็สามารถมีปัญหากันได้ทั้งนั้น แต่ขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะมองปัญหายังไง และรับมือแก้ปัญหายังไง ถ้าเราสามารถรับมือกับสิ่งเหล่านั้นได้ก็จะทำให้ชีวิตเราดำเนินไปได้ง่าย และมีสติ ตลอดเวลาไม่ว่าจะพบเจออะไร ย่อมหาหนทางแก้ได้ดีเช่นกัน