True Beauty 

true-beauty 2

True Beauty 

สรุปเนื้อเรื่องซีรีส์ True Beauty (2020) ความลับของนางฟ้า

สปอยล์ซีรีส์เกาหลี20 มกราคม 2021

True Beauty สปอยล์ : เมื่อสาวขี้เหร่ใช้สกิลแต่งหน้าขั้นเทพแปลงโฉมตัวเองให้เป็นดาวโรงเรียน แต่แล้วเธอก็พบว่าความงามที่แท้จริงนั้นไม่ใช่อยู่ที่เปลือกนอก

true-beauty 1

น้องสาวของจูคยองขับรถไปที่รถกาแฟอีกครั้งเพื่อมองหาครูที่ร้อนแรง ทันใดนั้น เขาขับรถผ่านไป และรถของเขาก็เริ่มมีควัน น้องสาวของจูคยองถามว่าเขาต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ เธอคว้าเครื่องมือจากด้านหลังรถเพื่อช่วยเขาเปลี่ยนยาง เพลง Badass เล่นในพื้นหลัง เขาซุ่มซ่ามและเธอก็หัวเราะเยาะที่เขาน่ารัก เธอเปลี่ยนยางและเขาก็บอกเธอเกี่ยวกับรถของเขา พ่อของเขามอบให้เขาในปี 1995 เธอบอกให้เขาซื้ออาหารเย็นให้เธอถ้าเขารู้สึกขอบคุณ เธอขอโทรศัพท์ของเขาและทั้งคู่ต่างก็ตกใจกับไฟฟ้าสถิตย์ เธอบอกว่าถ้ามื้อเย็นมีไฟฟ้าก็ควรออกเดท

ซูโฮทำให้จูคยองทำทุกอย่างเพื่อเขาทั้งวัน เธอวิ่งไปรอบ ๆ และหลอกตัวเอง จูคยองวิ่งเข้าไปในซอจุนในโถงทางเดิน เขาบอกให้เธอนำหมวกกันน็อคมาด้วยในวันพรุ่งนี้หรืออย่างอื่น

ซูจินเห็นซูโฮหัวเราะและยิ้มให้กับข้อความของเขา เธอถามว่าเขายิ้มอะไร แต่เขาปฏิเสธที่จะบอกเธอ ในขณะเดียวกัน พ่อของเธอส่งข้อความหาเธอและบอกเธอว่าพวกเขากำลังทานอาหารเย็นกับครูของเธอ เธอรีบเข้าไปในห้องน้ำและขัดมือของเธออย่างเมามัน

หมวกหายไปจากห้องของจูคยอง เธอโจมตีพี่ชายของเธอ แม่ของเธอเดินเข้ามาดึงผมของกันและกัน เธอบังคับให้พวกเขานั่งบนพื้นและตัดเล็บเท้าของกันและกันขณะพูดว่า “ฉันรักคุณ” ซูโฮส่งข้อความหาเธอสำหรับหนังสือเล่มใหม่ เธอจุมพิตที่หัวของเธอและวิ่งออกไปที่ร้านหนังสือการ์ตูน เด็กน้อยมีหนังสือแล้ว เธอแลกเปลี่ยนกับเขาโดยซื้อไอศกรีมให้เขาแล้วแกล้งทำเป็นซอมบี้ ซูโฮเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดและหัวเราะ

วันรุ่งขึ้น จูคยองนำโน้ตของซอจุนมาให้ พี่ชายของเธอขายหมวกกันน็อคบนเว็บไซต์ และเธอสัญญาว่าจะส่งคืนภายในหนึ่งสัปดาห์ ผู้ชายคนอื่นคิดว่ามันเป็นบันทึกรักและขอให้เขาดู เขาปฏิเสธ ซูโฮยังคงทำให้จูคยองวิ่งไปมาอย่างบ้าคลั่ง ชัดเจนว่าเขาแค่อยากไปเที่ยวกับเธอ แต่เธอกลับวิ่งเร็วเกินไป ซูจินเห็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างซอจุนและจูคยองที่โถงทางเดิน เธอตีความว่าซอจุนรังแกผู้หญิงคนใหม่ เธอเผชิญหน้ากับซอจุนที่แฮงเอาท์และถามเขาว่าเขาเป็นนักเลงหรือไม่ หลังจากเหตุการณ์ผ่านไป ซูจินขอโทษจูกยองเรื่องที่เธอปล่อยคลิปหน้าสดเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งจูกยองก็ให้อภัย ความสัมพันธ์ซูโฮและจูกยอง

พัฒนาลึกซึ้งมากขึ้นตามลำดับ … ในวันที่ซอจุนเดบิวต์ จูกยองมีโอกาสแต่งหน้าให้ซอจุน ทั้งซุนโฮและจูกยองชมการเดบิวต์ของซอจุนด้วยเพลง Longing ซึ่งถือเป็นการเดบิวต์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก เรื่องราวจบลงอย่างมีความสุขท่ามกลางความรักอันเบ่งบานของจูกยองและซุนโฮ ทั้งสองจูบกันดั่งเจ้าชายจูบเจ้าหญิงในเทพนิยาย

 

True Beauty (2020) ความลับของนางฟ้า

True Beauty (2020)

สรุปเนื้อเรื่องซีรีส์ True Beauty (2020) ความลับของนางฟ้า

สรุปเนื้อเรื่องซีรีส์ ซูโฮพาจูคยองไปที่ห้องน้ำของหญิงสาว เมื่อเข้าไปข้างใน เธอก็เริ่มทำงานแต่งหน้าทันที ซูโฮและซอจุนเผชิญหน้ากันที่โถงทางเดินด้านนอก ซูโฮถามว่าเขากลับไปโรงเรียนเพื่อตรวจร่างกายหรือไม่ และขอให้เขาหยุดตามเขา จูคยองก้าวออกไปข้างนอกเพื่อขอบคุณซูโฮและเผชิญหน้ากับซอจุน เธอวิ่งหนีไปอีกครั้ง

True Beauty

ชั้นเรียนซุบซิบว่าพวกเขาประหลาดใจที่ซูโฮช่วยเธออย่างไร-เขาไม่เคยช่วยใครมาก่อนและมันต้องเป็นเพราะเธอสวย จูคยองสงสัยว่าเป็นเพราะเขารู้ใบหน้าที่แท้จริงของเธอจริงๆ หรือเปล่า จูคยองจับน้องชายของเธอและถามเขาว่าเขาคิดอย่างไรเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ เขาบอกเธอว่าเธอกำลัง “หลอกลวงเทพธิดา” และเธอกำลังหลอกล่อคนเหล่านี้ทั้งหมด พี่ชายของเธอคาดเดาว่าซูโฮอาจจะพยายามแก้แค้นหรือไม่

 

จูคยองหยุดคิดถึงสิ่งที่พี่ชายของเธอพูดเกี่ยวกับซูโฮไม่ได้ เธอจินตนาการว่าเขาเป็นแวมไพร์โรคจิตที่รอกัดเธอ เธอกรีดร้องและวิ่งหนีจากเขา ในห้องเรียน ซูโฮมอบสำเนาบันทึกของเขาให้เธอก่อนโอน

True Beauty 3

 

ซูโฮโทรหาจูคยองและบอกให้เธอไปพบเขาที่ร้านหนังสือการ์ตูน ไฟกระพริบในร้านหนังสือ ซูโฮนำทิรามิสุของจูคยองมาเพื่อขอบคุณที่ยืม “หน้ากากต้องคำสาป” ให้เขา ซูโฮอ้างว่ามีเด็กผู้หญิงที่โรงเรียนที่ดูคล้ายกับเธอ เธอโกหกและบอกเขาว่าเธอไปโรงเรียนอื่นและมีแผนจะย้ายไปแคนาดากับคุณยายในไม่ช้า ซูโฮรู้สึกประหลาดใจ เขาเรียกเธอด้วยชื่อที่เธอใช้ที่

โรงเรียนและบอกว่าเธอเป็นนักแสดงที่ไม่ดี จูคยองพยายามปฏิเสธ เขาเห็นผ่านข้อแก้ตัวของเธอ ซูโฮโน้มตัวเข้ามาและเบียดเสียดพื้นที่ของเธอ เขาเข้าใกล้ปากเธอมากขึ้นเรื่อยๆ เขาดึงผ้าผูกผมของเธอและถอดแว่นของเธอออก สำหรับเขา เธอคือจูคยอง ในขณะเดียวกัน แม่ของจูคยองก็ไปที่ร้านหนังสือ ตะโกนใส่เธอว่าไม่เรียนหนังสือ เธอวิ่งออกไปกับแม่ของเธอ

 

ฉากนี้ย้อนกลับไปที่ซูโฮในวันที่จูคยองมอบกระเป๋าให้เขาบนดาดฟ้า เขามองเข้าไปข้างในและเห็นหนังสือการ์ตูนพร้อมข้อความว่า “ขอบคุณที่ปกปิดใบหน้าที่เปลือยเปล่าของฉันไว้เป็นความลับ” เขารู้ว่าเธอเป็นใครตลอดเวลา

จูคยองจะไม่ล้มลงโดยไม่มีการต่อสู้ เธอขอให้ซูโฮไปพบแต่เช้าตรู่และมองสโมกกี้อาย เธอจินตนาการว่าตัวเองเป็นนักรบ เธอจะไม่ถอยกลับ จูคยองคุกเข่าอ้อนวอนเขาว่าอย่าบอกใครเกี่ยวกับใบหน้าที่เปลือยเปล่าของเธอ เธอจะทำทุกอย่างที่เขาต้องการ เขาบอกให้เธอลุกขึ้นและถามว่าเธอจะทำอะไรที่เขาต้องการจริงๆเหรอ?

ซูโฮเชิญจูคยองขึ้นไปบนหลังคาเพื่อทานอาหารกับเขา เขาอ้างว่าอาหารที่เขานำมาเป็นอาหารเหลือที่เขาไม่ต้องการ เธอพยายามให้อาหารเขา แต่เขาปฏิเสธช้อนของเธอในตอนแรก ในที่สุด เขาก็ยอม เธอให้จับแชบนช้อนของเขา และพวกเขาเพลิดเพลินกับอาหารกลางวันด้วยกัน จูคยองขอให้เรียกมันว่าเท่ากันและซูโฮเห็นด้วย-ถ้าเธอเข้าร่วมการแสดงความสามารถพิเศษ

 

 

ตำนานรักโลกสะเทือน ‘เหลียงซานป๋อ กับจู้อิงไถ’

ความรักที่แม้ว่าต่อให้ตายก็ไม่สามารถแยกจากกันได้ อย่างเรื่องเหลียงซานป๋อ กับจู้อิงไถหรือโรมิโอกับจูเลียตเมืองจีน ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศจีน ถูกนำไปทำทั้งละคร ภาพยนตร์ หรือแม้กระทั่งการ์ตูน เนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไร ไปดูกันเลย

ม่านประเพณี บ้างเรียกว่า เหลียงซานป๋อจู้อิงไถ ตามชื่อพระ-นางในเรื่อง จู้อิงไถ่ต้องปลอมเป็นชายเพื่อให้ได้เรียนหนังสือที่เมืองหังโจวในยุคที่สังคมไม่ให้ผู้หญิงไปโรงเรียน ที่นั่นเธอได้พบกับบัณฑิตหนุ่มชื่อว่าเหลียงซานป๋อ ทั้งสองคบหากันดูแลกันฉันมิตรที่ดี 

เมื่อจบการศึกษาจู้อิงไถ่ที่แอบหลงรักเหลียงซานป๋อจึงบอกว่าตนมีน้องสาวสวยที่บ้าน ชื่อจู้อิงไถ่ ให้รับไปทาบทามติดต่อ เหลียงซานป๋อเองก็ชื่นชมจู้อิงไถ่จึงเดินทางไปบ้านของนางและได้รู้ความจริง แต่มันก็สายเกินไป เพราะพ่อแม่ของนางได้ยกนางให้คุณชายบ้านอื่นไปแล้ว เหลียงซานป๋อรู้ว่าตนเองไร้วาสนากลับมาบ้านก็ตรอมใจไม่นานก็เสียชีวิต

จู้อิงไถ่เองก็ไม่สามารถขัดคำสั่งพ่อแม่ที่บังคับให้แต่งงานแบบคลุมถุงชน วันที่เกี้ยวมารับเจ้าสาวที่บ้าน จู้อิงไถ่ขอให้หยุดเกี้ยวระหว่างทาง เพื่อนางจะได้คารวะหลุมศพของเหลียงซานป๋อเป็นครั้งสุดท้าย ทันใดก็เกิดนิมิตรประหลาดท้องฟ้าแปรปรวนเกิดลมพายุ หลุมศพของเหลียงซานป๋อแยกเปิดออก จู้อิงไถ่กระโดดลงไปหลุมฝังศพก็ปิดดังเดิม ลมพายุก็สงบ ดอกไม้ผลิบานผีเสื้อโบยบิน

เป็นอย่างไรกันบ้างกับตำนานความรักของทั้ง 2 คนนี้ พวกเขาไม่ได้รักกันตอนยังมีชีวิตอยู่ เพราะการคลุมถุงชนของพ่อแม่ สุดท้ายก็ต้องจบด้วยความตาย ความรักไม่มีใครสามารถมาบังคับเราได้ ชีวิตเราควรกำหนดด้วยตัวเราเอง

หญิงสาวผู้ที่นั่งร้องไห้อยู่ที่กำแพงเมืองจีน ‘เมิ่งเจียงหนี่ว์’

หญิงสาวที่เพิ่งแต่งงานกับคนรัก แต่กลับต้องพลัดพรากกับคนรักเพราะต้องถูกเกณฑ์ไปสร้างกำแพงเมืองจีน นางจะได้พบกับสามีของเธออีกครั้งหรือไม่ ไปดูกัน

เมิ่งเจียงหนี่ว์เป็นชื่อนางเอกของเรื่อง เธอแต่งงานได้ไม่นานสามี-ว่านสี่เหลียงก็ถูกทางการเกณฑ์ไปสร้างกําแพงเมืองจีน ผ่านไปหลายปีก็ไม่มีข่าวคราวใดๆ เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง อากาศก็หนาวเหน็บขึ้นทุกวัน ๆ นางคิดถึงสามีที่อยู่ไกลออกไปทางตอนเหนือว่าเขาจะต้องทนหนาวเพียงใด จึงลงมือเย็บเสื้อกันหนาวด้วยตัวเอง แล้วออกเดินทางตามหาว่านสี่เหลี่ยงที่ไปสร้างกําแพงเมืองจีน จึงได้รู้ว่าสามีนางเสียชีวิตแล้ว ส่วนศพของเขาถูกนำไปฝังในกำแพงเหมือนกับคนงานอื่น ๆ ที่เสียชีวิตระหว่างการก่อสร้างกำแพงหมื่นลี้

 

 

นางเมิ่งเจียงหนี่ว์เป็นลมล้มพับไปกับพื้น เมื่อฟื้นขึ้นมาเธอร้องไห้อย่างเจ็บปวดอยู่ที่หน้ากําแพง เสียงร้องไห้และความโศกเศร้าของนางสะเทือนถึงฟ้าดิน ทำให้เกิดเหตุอัศจรรย์ลมหนาวส่งเสียงคํารามลั่น ดวงอาทิตย์มืดดับ ฟ้าดินสั่นสะเทือน เกิดเสียงดังสนั่น แล้วกําแพงบางส่วนก็พังทลายลงมา (มีบางตำนานว่าเพื่อให้นางได้เห็นศพสามีที่ถูกฝังอยู่ในกำแพง)

ตำนานรักเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เศร้ามากๆ เพิ่งแต่งงานก็ต้องพลัดพรากกัน พลัดพรากกันไปไม่นานสามีก็จากไปอีก เสียใจร้องไห้จนกำแพงพัง แต่สุดท้ายสามีก็ไม่กลับมา อาจจะสื่อถึงว่าชีวิตคู่อยู่ได้ไม่นานนัก ควรรักษาเวลาอันมีค่านี้ไว้ให้ดีก่อนที่จะสายไป

 

 

ตำนาน ลิฟท์แดง

               หลายคนคงพอรู้กันอยู่ว่าตำนานนี้เกิดจากเรื่องจริงมีมานานแล้วที่เป็นการณ์สะเทือนขวัญขของนักศึกษาและประชาชนทั่วไป เป็นตำนานที่ไม่เคยมีใครลืมได้ลง เรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นโศกนาฏกรรม ที่จารึกในประวัติศาสตร์ไทย เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ที่เรียกได้ว่าตุลามหาวิปโยค หรือ วันฆ่านกพิราบ เปรียบเปรยกับการสังหารหมู่กับผู้ที่ออกมาเรียกร้องอิสระทางการเมือง ขณะที่กลุ่มนักศึกษากำลังชุมนุมประท้วง เพื่อเรียกร้องทางการเมือง แต่ก็เกิดเหตุการณ์สะเทอนขวัญเกิดขขึ้น เพราะเหล่าทหาร ตำรวจจำนวนมากได้ บุกเข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อระดมยิง ทำร้ายและเผานักศึกษาทั้งเป็น อย่างโหดเหี้ยมนับเป็นร้อยๆศพ

ตำนานเล่าว่า นักศึกษาที่ชุมนุมประท้วงอยู่ ต่างพากันวิ่งหลบหนีไปตามส่วนต่างๆ ของมหาวิทยาลัย และมีนักศึกษากลุ่มหนึ่ง หลบหนีเข้าไปอยู่ในลิฟท์ของตึกคณะศิลปศาสตร์ โดยหวังว่าจะหนีเอาชีวิตรอด แต่ก็ไม่สามารถหนีพ้น เพราะทันทีที่ประตูลิฟท์เปิด พวกทหารก็กระหน่ำยิงเข้ามาในลิฟท์อย่างทารุณจนทุกคนเสียชีวิตทั้งหมด และต่อมาลิฟท์นั้น ถูกฉาบไปด้วยสีแดงฉานของคราบเลือดผู้เสียชีวิตเป็นที่มาขของตำนานลิฟท์แดง

หลังที่เหตุการณ์สงบ ก็ได้มีการปรับปรุงมหาวิทยาลัยแต่คราบเลือดในลิฟท์ตัวนั้นล้างอย่างไรก็ไม่ออกสุดท้ายจึงต้องทาสีแดงทับลงไป จนภายหลังถูกเรียกว่า
ลิฟท์แดง นั่นเอง

               เริ่มมีคนเล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆ ถึงความสยองขวัญของลิฟท์แดง ทั้งนักศึกษาภารโรง คณะครูอาจารย์ ต่างเคยสัมผัสเหตุชวนขนลุกกันมาแล้ว อย่างเช่นบางคนเข้าไปในลิฟต์คนเดียว จากนั้นไม่นาน พอมองเงาสะท้อนของประตู ก็เห็นคนอยู่ในลิฟท์ด้วยเต็มไปหมด บางคนกำลังขึ้นลิฟท์ ก็มีนักศึกษาหญิงเดินเข้ามาและ พอประตูปิดร่างของเธอก็ไปด้วยเลือดภายในพริบตาหรือบางครั้ง ลิฟท์ก็แจ้งน้ำหนักเกินแบบไม่ทราบสาเหตุทั้งๆ ที่จำนวนคนขึ้นมีเพียงน้อยนิด

เมื่อหลายปีที่ผ่านมามีนักศึกษาคนหนึ่งเล่าว่าตอนเย็นจะไม่มีใครกล้าขึ้นลิฟท์แดงคนเดียวเพราะขึ้นชื่อว่าหลอนมาก และในช่วงตอนเย็น ก็จะไม่มีใครกล้าเดินผ่านลิฟท์แดงเลย ยิ่งตอนที่ประตูลิฟท์เปิดค้างไว้ จะไม่มีใครกล้ามองเข้าไปเคยมีคนเล่าว่ามองเข้าไปเห็นภาพศพจมกองเลือด นอนทับกันอยู่ในลิฟท์ทำเอาหวาดกลัวกันไปหมด

               ปัจจุบันนี้ลิฟท์แดงถูกถอดออกไปแล้ว เพราะจากสภาพผุพังตามกาลเวลาและได้นำลิฟท์ตัวใหม่มาแทนที่ แต่ทางมหาวิทยาลัย ยังคงเก็บประตูของลิฟท์แดงเอาไว้ โดยนำไปตั้งที่ชั้น 5 ของคณะศิลปศาสตร์ เพื่อเป็นอนุสรณ์แสดงถึงความสูญเสีย ของเหล่านักศึกษาผู้บริสุทธิ์ ให้คนรุ่นหลังได้ระลึกถึงสืบต่อไป..

ขอไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิตทั้งหลาย ในเหตุการณ์ตุลามหาวิปโยค 2519