True Beauty (2020) ความลับของนางฟ้า

TT

สปอยเรื่องซีรีส์ True Beauty (2020) ความลับของนางฟ้า

EP.2 คนละเรื่องเดียวกัน

T

เป็นคนสวย…มันเหนื่อยจริงๆ นะ อีซูโฮ ได้ค้นพบว่าผู้หญิงเขาได้พบบนดาดฟ้านั้น น่าจะเป็น อิมจูกยอง แต่เธอกลับจำเขาไม่ได้ และบัดนี้เธอได้เปลี่ยนโฉมเป็นสาวงามคนใหม่ อยู่ในรั้วโรงเรียนแห่งใหม่ แต่ต้องสร้างกฎเหล็กให้ตัวเองคือ “ห้ามหน้าสด” ในขณะเดียวกันการมาของฮันซอจุน ก็ได้สร้างความคลุมเครือ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่าง ซูโอ กับ ซอจุน ที่ช่างเยือกเย็นกันเหลือเกิน

เมื่อการเจอครั้งที่2 ของพระเอกกับนางเอก พระเอกนั้นจำนางเอกได้เพราะว่า พระเอกนั้นเป็นคนช่วยชีวิตนางเอก ที่ด่านฟ้า ซูโฮจำได้ว่าจูกยองคือผู้หญิงที่เขาเจอบนดาดฟ้า ส่วนจูกยองตกใจว่าเขารู้ความลับเรื่องความขี้เหร่ของเธอ ส่วนตัวนางเอกนั้นกลัวมากไม่อยากให้ใครรู้เรื่องใบหน้าที่แท้จริง เพราะเธอนั้นกลัวเพื่อนจะรังเกียจเธออีก ทั้งคู่เลยตกลงกันว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ นางเอกได้ขอร้องพระเอก

T

การเจอกันของพระเอกกับนางเอกได้เจอกันบ่อยขึ้นเพราะทั้งคู่นั้นชอบอ่านหนังสือแนวเดียว จะเจอกันบ่อยๆที่ร้านหนังสือที่ไปกันประจำทุกครั้งที่ได้เจอซูโฮที่ร้านหนังสือ เธอรู้สึกว่าบุคลิกของเขาแตกต่างกับตอนที่อยู่ในโรงเรียน ซึ่งมีท่าทางสุขุมจนออกเย็นชาเสียด้วยซ้ำ จูกยองนัดเจอซูโฮที่ดาดฟ้าโรงเรียน เธอเอาหนังสือการ์ตูนมาให้พร้อมกับเสื้อของเขาที่เธอเคยทำเปื้อน แต่ซูโฮเข้าใจผิดว่าจูกยองแอบชอบเขา จากนั้นจูกยองจึงรู้ว่าที่จริงแล้ว ซูโฮไม่ได้รู้ความลับเรื่องหน้าสดของเธอเลย

ส่วนตัวของพระเอกนั้นไม่ค่อยชอบยุ่งกับใคร ชอบอยู่คนเดียว แต่ที่จริงแล้วโซอูมีเพื่อนที่สนิทกันจรองอยู่กันมาก 3 คน เป็นคนที่ชอบเสียงดนตรีเป็นอย่างมาก แต่ก็มีปัญหากัน เพราะความเย็นชาของพระเอกนั้น จนเป็นเรื่องที่พระเอกรู้สึดผิดมาตลอด เพราะพื่อนพระเอกครนึ่งได้เสียชีวิตไป ซูโฮบอกว่าตัวเขาเองก็ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่คุยกับเธอได้อย่างสบายใจทุกครั้ง เพราะเข้าใจว่าเธอคือยัยหน้าสิวที่เจอบนดาดฟ้า ที่เคยให้กำลังใจและอวยพรวันเกิดให้เขา ตอนช่วงไว้เด็กของพระเอกก็ไม่ได้ราบรื่นมากนัก พระเอกชอบมานั่งร้องไห้ที่ร้านหนังสือ และมีนางเอกที่ค่อยให้กำลังใจในตอนนนั้น

หลังจากนั้น ช่วงเวลาที่พักจากการเรียน จูกยองบังเอิญโดนขนมเค้กปะหน้าทำให้เธอนั้นตกใจมาก เธอกลัวว่าคนอื่นจะเห็นหน้าที่แท้จริงของเธอ เธอรีบวิ่งไปห้องน้ำโดยเพื่อนๆ วิ่งตามมาด้วยความเป็นห่วง เธอเริ่มกังวลว่าหากล้างหน้าแล้วเพื่อน ๆ จะรังเกียจเธอ ระหว่างนั้นซูโฮเดินเข้ามาแล้วใช้เสื้อสูทคลุมหัวให้เธอ และพากันเดินออกไป

เรื่องย่อซีรีส์เกาหลี True Beauty

ข้อมูลซีรีส์เกาหลี True Beauty (ความลับของนางฟ้า) หญิงสาววัยใส

ชื่อเรื่อง: True Beauty (여신강림)
ประเภท: ตลก / โรแมนติก
กำกับโดย: คิมซังฮยอบ (จาก Extraordinary You)
เขียนบทโดย: อีซีอึน (จาก Top Star Yoo-Baek) ดัดแปลงจากเว็บตูน Yaongyi
จำนวน: 16 ตอน
สถานีโทรทัศน์: tvN

 

 

ซีรีย์เกาหลีดัง True Beauty (2020) ความลับของนางฟ้า

True Beauty

ซีรีย์เกาหลีดัง True Beauty (2020) ความลับของนางฟ้า

E1. ฉันนั้นไม่สวยเหมือนใคร

อิมจูกยอง (รับบทโดย มุนกายอ) เป็นเด็กสาววัยกำลังสดใส เธอนั้นได้เกิดมาหน้าตาไม่สวยเหมือนใคร เป็นสิวที่ใบหน้านั้นเต็มไปหมด เธอก็เลยโดนเพื่อนที่โรงเรียนนั้นล่อมาตลอด เอาง่ายก็คือการโดน บูลลี่นั้นเอง ใน EP.แรกนั้น จูกยองนั้นได้ชอบเด็กผูชายคนนึ่งซึ่งเค้านั้นเป็นพนังงานประจำโรงอาหาร เธอได้คิดเอาเองว่าโกผู้ชายก็ชอบเธอเหมือนกัน เมื่อถึงเวลาที่เธอนั้นจะบอกความรู้สึกของเด็กผู้ชายคนนั้เสียที และแล้วเธอก็ได้ถูก ปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย อีกทั้งยังหาว่าหน้าตาขี้เหร่ขนาดนี้ใครจะไปชอบลง !

True Beauty  1

และจู่ๆในเวลานั้นเธอได้โดนกลุ่มเพื่อนที่ชอบแกล้งเธอ ได้อัดวิดีโอที่เธอได้บอกความรู้สึกทำให้เธอนั้นอับอายสุด เมื่อเด็กในโรงเรียนแอบอัดคลิปตอนที่จูกยองสารภาพรักเอาไว้แล้วเอาไปประจานในโลกโซเชียล เธอยิ่งรู้สึกอับอายขายหน้าจนไม่อยากไปโรงเรียนอีกเลย ว่าที่จริงเธอไม่อยากมีชีวิตอยู่บนโลกนี้แล้วด้วยซ้ำ ในเวลาต่อมาจูกยองได้เสียใจมากกับเรื่องที่เกอดขึ้น เธอก็ได้พยายามจะฆ่าตัวตาย ต่ อีซูโฮ (รับบทโดย ชาอึนอู) บังเอิญเดินมาพอดี เขาจึงคว้าเธอไว้ก่อนเธอจะกระโดดลงไป เขาพูดเตือนสติไม่ให้คิดสั้นอีก เพราะจะทำให้คนข้างหลังรู้สึกผิดที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้

ต่อมาดวงหรือโชคชะตาก็เหมือนจะมองเห็นความดีของเธอและกับมาเข้าข้างเธออีกครั้ง เมื่อพ่อแม่ของนางเอกได้เป้นหนี้มากมาย จึงถึงกับต้องขายบ้านแล้วมาอยู่ที่อื่น ซึ่งเป็นบ้านเก่าของเธอ และเธอนั้นก็ได้เปลี่ยนโรงเรียนใหม่ และถือโอกาสนี้ ได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อเจอสิ่งใหม่ดูสักครั้ง ระหว่างก่อนเปิดเทอมที่จะไปเข้าโรงเรียนใหม่ของเธอ เธอก็ได้รักษาหน้าของตัวเองที่เป็นสิวเต็มใบหน้าเป็นหมด ก็เหลือน้อยพอที่ใช้เครื่องสำอางปกปิดใบหน้าที่แท้จริงของเธอ

True Beauty 2

เวลาต่อมาเธอก็ได้เรียนการแต่งหน้า และกันคิ้วปรับแต่งตัวเองให้เก่งขึ้น ซึ่งเรียนมาจาดโลกโซเซียลนั้นเอง ฝึกจนเก่งขึ้นมาก ทำให้เธอกลายเป็นสาวสวยขึ้นมาอย่างน่าตกตะลึง ณ โรงเรียนใหม่ วันแรกที่จูกยองั้ได้ไปโรงเรียน นักเรียนทุกคนต่างสะดุดใจในความสวยและความเป็นมิตรของเธอซึ่งความสวยของเธอนั้นเข้าตาทุกคนเป็นอย่างมากเลยทีเดียว และจูกยองก็ได้เรียนห้องเดียวกับซูโฮ แต่ต่างคนต่างจำกันไม่ได้ (ตอนเจอกันครั้งก่อน จูกยองทำแว่นหล่นทำให้เห็นหน้าซูโฮไม่ชัด) แต่จูกยองรู้สึกคุ้นเสียงของเขา และประทับใจในความหล่อของเขาแต่ก็จำไม่ได้เค้านั้นเป็นคนช่วยเหลือชีวิตของเธอ ที่กำลังคิดสั้นในเวลานั้น เพื่อนนักเรียนเล่าให้เธอฟังว่า ที่นี่มีเทพอยู่ 2 คน ซูโฮกับซอจุน (รับบทโดย ฮวังอินยอบ)

น้องชายจอมแสบของจูกยอง แอบถ่ายหน้าสดของเธอ และขู่ว่าจะโพสต์ลงโซเชียล เพื่อแลกกับการ์ตูนเล่มใหม่ … จูกยองออกไปที่ร้านหนังสือโดยที่ไม่ได้แต่งหน้า ที่นั่นเธอได้เจอกับซูโฮ และจูกยองพูดชื่อเขาออกมา

At a Distance, Spring is Green (2021)

At A distance spring green

ไม่ดูถือว่าพลาซีรีย์เกาหลี แนะนำ 2021 !At a Distance, Spring is Green (2021)

ซีรี่ย์แนวพีเรียดคอมเมดี้   EP.1 เพื่อนกินหาง่าย

การเป็นนักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัย มีกลุ่มหนึ่ง ยอจุน รับบทโดย พัคจีฮุน เป็นเด็กที่มีความหล่อน่ารักสเป็กสาวๆ ถือได้ว่าเป็นหนุ่มป็อปประจำโรงเรียน ด้วยรอยยิ้มของเค้าที่เป็นมิตร และยังเกิดมาในครอบครัวที่รวยมทุกอย่างครบเพียบพร้อมไปสักทุกอย่าง ความป็อปของเขานั้น ป็อปขนาดถึงมี FC เป็นของตัวเอง มีผู้ติดตามไอจีเค้ามากถึง 10000 คน

ในขณะที่เป็นรุ่นพี่ปี 4 อย่างนัมซูฮยอน (รับบทโดย แบอินฮยอก) ต้องใช้เวลาว่างเพื่ออหาเงิน หลังเวลาเลิกเรียนนั้นเค้าจะไปทำงานพาร์ตไทม์ ใช้เวลาแบบยากลำบากเพื่อหาเงิน ไม่มีเวลามีแฟน ไม่เคยคิดถึงเรื่องเพื่อเลยด้วยซ้ำ จนใครๆนั้นนก็มองว่าเป็นตัวประหลาด

ส่วนอีกคนชื่อว่า คิมโซบิน  (รับบทโดย คังมินอา) เป็นสาวขี้อาย เด็กปี3 ที่เรียนบริหารธุรกิจ เธอนั้นมีความเชี่ยวชาญในการหนังสือเพื่อเข้าสอบเป็นอย่างมาก แต่กับกายเป็นว่า ยิ่งเธอนั้นอ่านหนังสือมากเท่าไหร่ยิ่งทำให้ชีวิตของเธอนั้นตกต่ำมากเท่านั้น เพราะมันทำให้เธอนั้น ในหัวมีแต่ ตัวหนังสือ พูดง่ายๆว่า ถ้าไม่ได้อ่านหนังสือเธอนั้นก็ไม่สามารถทำอะไรได้อีกเลย

เรื่องราวหนังมีอยู่ว่า ในคลาสเรียนวิชาหนึ่ง ขณะที่ซูฮยอนกำลังแอบหลับด้วยความอ่อนเพลีย ยอจุนที่ได้เห็นว่าอาจาร์ยนั้นกำลังเช็คชื่อ จำได้เอื่อมมือไปปลุกซูฮยอน แต่ก็พลาดไปทำแก้วกาแฟนั้นหกใส่ซูฮยอนซะอย่างนั้น ซึ่งดูเหมือนว่าซูฮยอนจะยังทำหน้านิ่งไม่ได้แสดงความโกรธอะไรออกมา

หลังจากเรียนเสร็จ ยอจุนจึงไปทำความรู้จักและเข้าไปขอโทษไป พร้อมกับให้เงิน1 แสนวอนเพื่อเป็นค่ารองเท้า แต่ซูฮยอนไม่สนใจคำขอโทษและเงินนั่นเลย คือไม่ได้สนใจด้วยซ่ำ และยังเรียกยอจุนว่าเป็นตู้เอทีเอ็มเคลื่อนที่ประจำมหาวิทยาลัย เพราะเป็นที่รู้กันว่ายอจุนใช้เงินเพื่อสร้างมิตรภาพนั้นเอง

ที่ยอจุนถูกเรียกว่าตู้เอทีเอ็มเคลื่อนที่ก็เป็นก็เป็นเรื่องวที่จริง เพราะในคืนนั้นเองเพื่อนรุ่นพี่ ของยอจุนชวนเขาไปดื่ม และยอจุนก็เป็นคนเป็นคนจ่ายทุกอย่างหมดเลย

ความจริงแล้ว ยอจุนไม่มีเพื่อนจริงๆเลยสักคน เลยสักคน คนที่คบกับเขาล้วนแล้วแต่คบเพราะเงินเกือบทุกคน และก็ไม่ใช่ว่ายอจุนไม่รู้ เป็นเพียงแต่ว่าเขาทำเป็นไม่สนใจก็เท่านั้น เพราะแท้จริงแล้วเค้าก็ต้องการเพื่อนเพื่อปกปิดปมในใจบางอย่างของตัวเองเช่นกัน ด้วยความที่ซูฮยอนไม่เหมือนคนที่เข้ามา ทำให้ยอจุนสนใจในตัว ซูยอนเป็นพิเศษ มันเหมือนมีความท้าท้ายของเค้านั้นอง

ในงานกิจกรรมปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ โซบินถูกวางตัวให้ดูแลน้องปีหนึ่งซึ่งเธอค่อยไม่เต็มใจนัก เพราะเธอไม่ใช่เด็กกิจกรรม แต่นั่นก็ทำให้เธอได้มีโอกาสสนิทกับยอจุนมากขึ้น คืนนั้นเอง ยอจุนถูกเพื่อนคนหนึ่งเข้าทำร้าย โซบินที่เห็นเหตุการณ์จึงเข้าไปช่วย จากนั้นเธอก็ทำแผลให้ยอจุน เมื่อเห็นสบช่องโอกาส โซบินจึงกล่าวออกไปว่า “ให้ฉันทำงานวิจัยของอาจารย์ซงได้มั้ย ?” เธอหลับตาปี๋ขณะที่พูดออกไปด้วยความเขินอาย

ซอบกมนุษย์อมตะ

ในที่สุดหนุ่มมนุษย์โคลนนิ่งก็ได้เกิดขึ้นโดยเป็นการดัดแปลงของพันธุกรรม เจ้าหนุ่มเป็นผลงานทดลองโคลนนิ่งและยังเป็นคนแรกของโลก มันก็เกิดขึ้นจริง และเค้าเป็นคนเดียวที่สามารถสร้างมนุษย์ในเป็นอมตะได้ เป็นความหวังของใครนั้นหลายคน ซึ่งคนส่วนใหญ่นั้นเป็นโรคร้าย แต่เค้านั้นก็เป็นอันตรายของใครหลายคนที่ต้องกำจัดด้วยเช่นกัน

เริ่มมาที่ด็อกเตอร์คาวอินโดสันที่ตัวของเค้านั้นก็เป็นหัวหน้าวิจัยและเป็นคนที่ทดลองมนุษย์อมตะมายาวนานถึง 10 ปี แต่ในคืนวันนี้เองเค้าเกิดเจอผู้เกิดการร้ายทำการรอบฆ่า ทั้งที่เค้านั้นกำลังทำงานวิจัยฉบับสุดท้ายซึ่งจะเป็นที่สำเร็จของงานวิจัย ในเมื่อโครงการับนั้น ไม่เป็นความรับอีกต่อไป ซึ่งในหน่วงกองของเกาหลีโดยนำทีมโดย ผอ. อัน โดย ผอ. ก็ได้ย้ายโครงการนี้ไปอยู่ในที่ ที่ปลอดภัย ตัดภาพมาที่ กีฮอนอดีตสายรับสุดยอดฝีมือและเค้าก็เป็นพระเอกของเรื่องนี้ซึ่งตัวของพระเองนั้นก็มีการอาการปวดหัวอยู่บ่อยๆ และตัวของเค้านั้นก็ไปหาหมอคนสนิทอยู่ประจำเพื่อทำการรักษา เพื่อหวังว่าจะเอายานั้นกับมากิน เพื่อหวังว่าจะบรรเทาให้หายปวดหัวได้ และขากับ ลูกน้องของ ผอ. อัน ซึ่งเป็นหัวหน้าเก่าของพระเอกได้จับตัวพระเอกไป

จากนั้น ผอ.ก็บอกว่ามีงานให้ทำที่จะช่วยประเทศชาติ พระเอกเลยรับงานนี้ไว้ และวันต่อมาพระเอกได้มาถึงบริษัทซออิงที่อยู่บนเรือยักษ์ขนาดใหญ่ซึ่งในเรือนั้นก็มีการทดลองต้นไม้สัตว์ต่างๆในอนาคต และ ก็มาถึงไฮไลฟ์ของเรื่อง ซึ่งเป็นการทดลองมนุษย์ และพระเอกก็ได้เห็นสิ่งที่อยู่ในกระจกห้องทดลอง และเค้าก็ได้เห็นเด็กหนุ่มซึ่งเป็นมนุษย์ต้นแบบที่เป็นการทดลองโคลนนิ่งนั้นเอง ซึ่งเป็นการดัดแปลงของพันธ์ธุรกรรม

ด็อกเตอร์รินซึ่งเป็นหัวหน้าของโครงการนี้ก็ได้ให้ซอบกนั้นแสดงถึงความสามารที่เค้ามี แต่อยู่ดีดีนั้น พระเอกก็ได้เป็นลมไป จากนั้นทางทีมงานก็ได้พาพระเอกไปสแกนสมอง ซึ่งตัวของพระเอกนั้นได้เป็นเนื้องอกในสมองขั้นรุ่นแรง และทางด็อกเตอร์ก็ได้ให้พระเอกนั้นได้เข้าโครงการแบบซอบกด้วยนั้น แต่พระเอกบอกว่าขอทำภารกิจนี้ให้สำเร็จเสียก่อน จากนั้นก็ได้ทำการเคลื่อนซอบกไปในที่ที่ปลอดภัย ซึ่งการเดินนั้นเหมือนจะราบรื่น แต่ก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เพราะว่า ผอ. อันซึ่งมีอำนาจในการสั่งที่ใหญ่ที่สุด ได้ร่วมมือกับทหารอเมริกา ทำให้ พระเอกและซอบกได้โดนจับตัวไป จนทหารอเมริกาคนนึ่งจะฉีดสารอะไรสักอย่างให้กับซอบก ซอบกเลยได้ใช้พลังทำให้หนีออกมาได้

จากนั้นพระเอกก็ได้โทรหา ผอ.อัน จากนั้น ผอ.อันก็บอกพระเอกว่าให้พาซอกบกนั้นไปที่ปลอดภัยที่เค้าได้เตรียมไว้ จากนั้น ผอ. อันก็ได้ให้ลูกน้องของเค้านั้นมาทำร้ายอีกครั้ง แต่ยังไงซอบกก็สามารถช่วยไว้ได้อีกครั้ง เรื่องจะเป็นอย่างไรทุกท่านนั้นก็สามารถติดตามชมกันได้  ซอบกมนุษย์อมตะ เขาถูกสร้างขึ้นมา…เพื่อให้มีชีวิตเป็นอมตะ

สิ่งช่วยดูแลป้องกันไม่ให้ลูกน้อยป่วยช่วงหน้าหนาว

เนื่องจากในช่วงหน้าหนาวจะมีอากาศที่เย็นและแห้ง อีกทั้งยังมีโอกาสที่เชื้อโรคหลากหลายชนิดจะแพร่กระจายได้สูง นั่นจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเด็กเล็กมักป่วยในช่วงนี้กันเยอะมาก วันนี้เราจึงขอนำเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ควรรู้ ซึ่งสามารถป้องกันไม่ให้ลูกป่วยได้ง่ายในช่วงหน้าหนาวมาแชร์ให้ได้ทราบกัน ตามมาดูกันเลยนะคะว่าจะมีอะไรบ้าง

1.ล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสลูก

อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้นแล้วว่าในช่วงหน้าหนาวนั้น เชื้อโรคต่างๆ สามารถแพร่กระจายได้ง่าย ส่งผลให้ลูกป่วยหรือเป็นหวัดได้บ่อย ดังนั้นวิธีที่จะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคที่จะเข้าสู่ร่างกายลูกก็คือ การทำความสะอาดมือ ซึ่งพ่อแม่ควรล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสลูกเสมอ

2.ทำความสะอาดของใช้ลูก

ของใช้ส่วนตัวรวมทั้งของเล่นที่ลูกมักสัมผัสอยู่บ่อยๆ พ่อแม่ควรหมั่นทำความสะอาด เพื่อให้ลูกปลอดภัยจากเชื้อโรคต่างๆ ที่อาจติดมาจากของใช้หรือของเล่นใกล้ตัวได้ หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าของพ่อแม่ก็ควรสะอาดก่อนสัมผัสตัวลูก ไม่ควรเล่นกับลูกทันทีหลังกลับจากที่ทำงาน เพราะพ่อแม่ไม่มีทางรู้เลยว่าตามเสื้อผ้าที่ใส่จะมีเชื้อโรคอยู่มากมายแค่ไหน

3.ให้ลูกทานอาหารมีประโยชน์และจิบน้ำอุ่น

อาหารที่มีประโยชน์ ย่อมส่งผลให้ร่างกายมีภูมิต้านทานสูง ซึ่งในทารกแรกเกิดถึง 6 เดือน ควรกินนมแม่ เนื่องจากเป็นอาหารที่ช่วยปกป้องลูกจากอาการป่วยได้ดี ในขณะลูกวัยเติบโตควรทานอาหารที่มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ และหมั่นจิบน้ำอุ่นบ่อยๆ จะช่วยให้ร่างกายสามารถปรับตัวกับอากาศภายนอกได้ดี

4.หมั่นให้ร่างกายลูกอุ่นอยู่เสมอ

เนื่องจากผิวเด็กจะมีความบอบบางอย่างมาก รวมทั้งชั้นไขมันใต้ผิวก็ยังไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ ดังนั้นพ่อแม่จึงควรทำให้ร่างกายของลูกอุ่นอยู่เสมอด้วยการห่มผ้าหนานุ่ม ควรระมัดระวังไม่ใช้ผ้าชนิดหนาจนเกินไป เพราะจะทำให้ลูกอึดอัดไม่สบายตัว และยังเสี่ยงต่อการเสียชีวิตฉับพลันอีกด้วย

5.ดูแลผิวพรรณของลูกไม่ให้แห้งคัน

อย่างที่พ่อแม่ทราบกันดีว่าอากาศในช่วงหน้าหนาวจะเย็นและแห้ง ซึ่งมักส่งผลให้ผิวลูกเกิดอาการคันแห้งได้ง่าย ดังนั้นจึงควรอาบน้ำลูกด้วยน้ำอุ่นวันละ 1 ครั้งก็เพียงพอ แล้วตามด้วยการทาครีมบำรุงผิวสำหรับเด็กหลังอาบน้ำทันที เพื่อคงความชุ่มชื้นให้กับผิวของลูกนั่นเอง

จะเห็นได้ว่าการดูแลลูกในช่วงหน้าหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่เชื้อโรคสามารถกระจายได้ง่าย และยังเป็นช่วงที่ส่งผลให้ผิวหนังของลูกมีอาการคันแห้งได้ง่ายนั้นถือเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยาก แต่ก็มักถูกละเลยได้ง่ายเช่นกัน ดังนั้นพ่อแม่จึงควรใส่ใจสุขภาพร่างกายของลูกในช่วงหน้าหนาวให้ดี เพราะเป็นช่วงที่เด็กเล็กป่วยได้ง่ายอย่างปฏิเสธไม่ได้เลย

 

ทำไมถึงต้องฟังเรื่องผี

หลายคนคงสงสัย ว่าทำไมคนกลัวผี ถึงชอบฟังเรื่องผี จริงๆการฟังเรื่องผีก็มีประโยชน์เหมือนกัน เราจะพาไปดูกันว่าทำไมถึงต้องฟังเรื่องผี

1.เหมือนได้ฟังนิยายเรื่องเล่า

    ก่อนที่จะไปถึงว่าพบเจอกับผีได้อย่างไรนั้น เจ้าของเรื่องส่วนใหญ่ก็จะต้องเล่าเรื่องของตัวเอง หรือความเป็นมาเป็นไปก่อนที่จะเกิดเรื่องขึ้นด้วย ซึ่งความสนุกบางส่วนมันก็อยู่ที่ตรงนี้แหละ บางทีตอนที่เจอผีอาจจะดูเป็นเรื่องเล็กๆ ไปเลยไม่ค่อยมีอะไรมากนัก แต่ว่ามีรายละเอียดเรื่องอื่นที่ทำให้รู้สึกว่าน่าสนใจมากกว่านั้นก็คือ เรื่องของมนุษย์อย่างเราๆ นี่เอง ได้ทำความรู้จักกับคนในหลายๆ สาขาอาชีพอีกด้วยนะ ได้ความบันเทิงจะตายไป

2.มีความตื่นเต้นเร้าใจ

     บางทีเราก็ลุ้นว่าตัวละครจะเจอผีเมื่อไหร่ หรือบางทีก็ลุ้นถ้าเกิดว่าคนเล่านั้นเขาแสดงความตื่นเต้นกระตุ้นอารมณ์ให้เรารู้สึกลุ้นตามไปกับทุกการกระทำของตัวละคร ยิ่งอินก็ยิ่งสนุก การหลั่งสารอะครีนาลีนได้เนี่ยะ มันทำให้คนเรารู้สึกดีแบบเดียวกับที่กินของอร่อยและออกกำลังกายนะ นั่นแหละ จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมคนกลัวผีถึงได้ชอบเสพเรื่องผีอยู่ดี จ่อให้จะกลัวแค่ไหนก็ตาม

3.ได้ข้อคิดได้แง่คิดต่างๆ ที่อยู่ในเรื่อง

     ในแต่ละเรื่องเล่าก็มีเหตุผลซ่อนอยู่นะ ว่าทำไมผีถึงได้ตามมาหลอกหลอนราวี ตามระรานคนที่ยังมีชีวิตอยู่ หรือแม้กระทั่งว่าเขาตายได้อย่างไร ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีที่มาที่ไปทั้งนั้น บางทีก็เกิดจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ เกิดจากการถูกหักหลัง การใส่ร้ายป้ายสี การอิจฉาริษยา การพยาบาทแก้แค้น การไม่ปล่อยวาง แรงหึงความพิศวาส ทำให้แต่ละชีวิตที่เกี่ยวข้องต้องทุกข์ทรมานสักแค่ไหน รวมถึงเรื่องของเวรกรรมด้วย หากเอามาคิดในแง่มุมที่สอนใจแล้ว ก็เป็นเรียนที่สอนชีวิตได้ดีเลยทีเดียวล่ะ

4.ได้วิธีแก้ปัญหาเรื่องต่างๆ ได้

     บางครั้งด้วยเพราะเราอาจจะไม่ได้มีความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับ หรือว่าคุณไสยมนต์ดำต่างๆ นั่นก็เลยพลอยทำให้เรา ไม่รู้วิธีการแก้ไขปัญหากับสิ่งที่ใช้วิทยาศาสตร์พิสูจน์ไม่ได้เหมือนกัน เวลาเผชิญปัญหาที่หาเหตุผลมาช่วยไม่ได้นั้น เราจะพยายามทำทุกทีที่จะแก้ไขมันให้ได้ ไม่ว่าจะเข้าทรง ทำพิธีกรรมต่างๆ หรือหาวิธีมาทำให้ของจากมนต์ดำเสื่อมลง หากว่าได้ผลก็

     ดังนั้นถ้าหากว่ามีใครมาถามอีกว่า ทำไมถึงต้องฟังเรื่องผี ก็สามารถให้คำตอบเหล่านี้กับพวกเขาได้แล้ว ว่าการฟังเรื่องเล่าผีต่างๆ นี้มันก็ได้อะไรมากกว่ารู้แค่ว่าเจอผียังไงได้ด้วยเหมือนกัน

แพ้นมดื่มนมแล้วท้องเสีย   

ดื่มนมแล้วท้องเสีย เกิดจากอะไร?

ก่อนอื่นต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าสาเหตุดังกล่าวนั้น ไม่ได้เกิดมาจากการที่คุณดื่มนมหมดอายุ และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับที่หลายคนบอกว่าเกิดมาจากการแพ้นมแต่อย่างใด แต่เนื่องจากว่าร่างกายของคนไทย คนแถบเอเชีย และคนแถบแอฟริกาจะผลิตน้ำย่อยแลคโตสออกมาตั้งแต่แรกเกิด จนถึงช่วงอายุประมาณ 4-5 ปีเพียงเท่านั้น ซึ่งน้ำตาลแลคโตสที่ว่านั้นจะพบได้ในน้ำนมที่ได้มาจากสัตว์ทุกชนิด เมื่อเวลาผ่านพ้นไปในช่วงวัยเด็ก หรือช่วงเวลา 4-5 ปี น้ำย่อยตัวนี้ก็จะลดน้อยลงจนหมดไป ดังนั้นร่างกายจึงไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสได้อีกต่อไป

ดื่มนมแล้วทำไมท้องเสีย เกิดจากอะไร แก้ยังไงดีนะ?

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย ที่ทุกครั้งคุณดื่มนมเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นนมวัว หรือนมแพะ แล้วจะเกิดอาการท้องเสีย เพราะน้ำตาลในนมจะผ่านไปสู่ลำไส้ใหญ่ จากนั้นจะถูกย่อยด้วยจุลินทรีย์ จึงเกิดเป็นกรดและแก๊ส จึงทำให้ผู้ที่ดื่มนมมีอาการปวดท้องหรือท้องเสียออกมา นั่นเป็นเพราะร่างกายของคนเราไม่มีน้ำย่อยแลคโตสอีกต่อไปแล้วนั่นเอง บางคนอาจมีอาการท้องอืด จุกเสียด แน่นหน้าอก รวมทั้งมีการผายลมบ่อยๆ ทุกครั้งที่ดื่มนมเข้าไป

ดื่นนมหลังอาหาร แก้อาการท้องเสียได้

แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายอย่างมากที่หลายคนเลือกที่จะหยุดดื่มนม หลังจากที่มีอาการท้องเสีย เพราะแน่นอนว่าร่างกายจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน เนื่องจากว่าร่างกายที่ไม่ดื่มนมเข้าไปก็จะทำให้เกิดการขาดแคลเซียมได้ ดังนั้นขอแนะนำให้ ทุกคนที่มีอาการท้องเสียหรือมีอาการอื่นๆ หลังจากดื่มนม ให้หันมาดื่มนมหลังจากทานอาหารแต่ละมื้อแทน และหมั่นหลีกเลี่ยงการดื่มนมในขณะที่ท้องกำลังว่าง ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารพร้อมกันจำนวนมาก จนทำให้คุณรู้สึกไม่สบายท้อง

ดื่มนมแล้วทำไมท้องเสีย เกิดจากอะไร แก้ยังไงดีนะ?

ทั้งนี้อาการท้องเสียหรือปวดท้องหลังจากดื่มนมใช่ว่าจะเกิดขึ้นกับทุกคน เพราะหลายคนที่ดื่มนมเข้าไปแล้วไม่เกิดอาการดังกล่าวก็มีมากมาย ซึ่งเรื่องนี้ทางการแพทย์เชื่อว่าคนที่ดื่มนมวัวมาอย่างต่อเนื่องนั้น จะทำให้แบคทีเรียในลำไส้สามารถที่จะสร้างน้ำย่อยน้ำตาลแลคโตสขึ้นมาเองได้ มันจึงทำให้หลายคนไม่มีอาการปวดท้องหรือท้องเสียแสดงออกมานั่นเอง

รู้อย่างนี้แล้วใครที่เคยมีอาการปวดท้องหรือท้องเสียหลังจากดื่มนมเข้าไป อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจเลิกดื่มนมซะก่อน เพราะนั่นอาจทำให้ร่างกายของคุณขาดแคลเซียมได้ แต่แนะนำให้หันมาดื่มนมหลังจากทานอาหาร หรือค่อยๆ ดื่มทีละนิด และไม่แนะนำให้ดื่มนมในขณะที่ท้องกำลังว่างจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้เป็นอย่างดี

 

แพ้น้ำยาล้างจาน

เชื่อว่าหลายคนเคยเจอกับปัญหาการแพ้น้ำยาล้างจานซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้น้ำยาล้างจานนี้มันมาจากการที่ได้สัมผัสน้ำยาล้างจานโดยตรง เพราะในตัวน้ำยาล้างจานจะมีสารทำความสะอาดบางตัวที่ไปละลายไขมันที่ผิวของมือออก ทำให้เกิดการระคายเคืองจากการที่น้ำซึมเข้าไป นอกจากนี้ในน้ำยาล้างจานยังประกอบไปด้วยสารเคมีในกลุ่มสารลดแรงตึงผิวที่ให้ประจุลบ มีลักษณะลื่น เมื่อละลายน้ำจะมีฤทธิ์เป็นกรด และทำให้เกิดฟองจำนวนมาก และสามารถแทรกซึมสู่พื้นผิวของภาชนะกับผิวหนังของเราได้ จึงทำให้เกิดการะคายเคืองต่อผิวได้ง่าย เพราะฉะนั้นไม่ควรสัมผัส​กับสารทำความสะอาด​บ่อย​ ๆ ถ้าจำเป็นต้องทำความสะอาดก็ควรที่จะต้องปฏิบัติดังนี้

แพ้น้ำยาล้างจานแก้ไขได้ด้วยวิธีไหนบ้าง

1.ใส่ถุงมือยางเวลาล้างจาน

2.ช่วงที่เป็นมาก ๆ ใช้ยาทาพวกสเตอรอยด์ได้

3.คันมากก็กินยาแก้แพ้แก้คัน พวกต้านฮีสตามีน

4.พยายาม​ อย่าเกาอย่าแกะ เพราะบางที ผิวหนังงจะลอกเป็นแผ่น ยิ่งเกา ยิ่งแกะ จะยิ่งทำให้เป็นมากขึ้น

ถ้าผิวหนัง​อักเสบ​มีลักษณะ​ ตุ่มน้ำ อย่าเจาะ​ตุ่ม​​

5.ใช้น้ำยาล้างจานที่ทำมาจากธรรมชาติเพราะจะไม่เป็นอันตรายต่อผิว

ในการเลือกน้ำยาล้างจานมีความสำคัญอย่างมากต่อการทำความสะอาดภาชนะใส่อาหารและสุขอนามัยของเราเอง ดังนั้นควรเลือกใช้น้ำยาล้างจานที่ไม่ทำให้เรามีอาการแพ้น้ำยาล้างจานและไม่ทิ้งสารตกค้างบนภาชนะ เพราะจานชามช้อนเหล่านั้นสัมผัสกับอาหารที่เรานำเข้าสู่ร่างกายโดยตรง จึงควรที่จะใส่ใจในการล้างทำความสะอาดทุกขั้นตอนเพื่อสุขภาวะที่ดีของตนเองและคนในครอบครัว

การรักษาผิวหนังมืออักเสบ

  • ป้องกันมิให้มือสัมผัสกับสิ่งที่ระคายเคือง หรือสงสัย เช่นสบู่ ผงซักฟอก หรือแม้กระทั่งการล้างมือบ่อยๆ
  • งดสระผมด้วยตัวเอง หรือสวมถุงมือเวลาสระผม ไม่ทาครีมนวดผม หรือย้อมผม
  • หลีกเลี่ยงการล้างมือบ่อยๆ
  • หลีกเลี่ยงการปลอกผมไม้ หรือการบีบเปลือกผลไม้เช่นการบีบมะนาว
  • ไม่ใส่แหวนขณะทำงาน
  • ควรใช้สบู่อ่อนในการล้างมือ
  • เมื่อหายแล้วควรหยุดทำงานเสียระยะหนึ่งก่อน
  • ให้ทายาปฏิชีวนะในรายที่มีการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • ใช้ยาทา steroid betametazone ทาวันละ 2-3 ครั้ง
  • รับประทานยาแก้แพ้ chlorpheniramine 4 มก วันละ 3-4 ครั้ง

 

 

สัญญานเตือน ว่าตัวคุณเองดื่มน้ำน้อยเกินไป

การดื่มน้ำนั้นสำคัญมากต่อการดำรงชีวิตเพราะน้ำหล่อเลี้ยง เราในร่างกาย แต่คุณอาจจะไม่คิดถึงว่าตัวคุณเองอาจจะดิ่มน้ำน้อยเกินไปวันนี้เรามีคำตอบและสัญญานเตือนว่าคุณกำลังดื่มน้ำน้อยอยู่นะ

ชีวิตอันวุ่นวายของเรา อาจทำให้คุณลืมที่จะดื่มน้ำให้เพียงต่อความต้องการของร่างกาย แต่การดื่มน้ำน้อยเกินไปก่อให้เกิดข้อเสียหลายอย่าง รวมไปถึงโรคร้ายที่น่ากลัวอย่างกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือกรวยไตอักเสบได้เช่นกัน

แต่ปัญหาคือเราอาจไม่รู้ตัวว่าเรากำลังดื่มน้ำน้อยเกินไป ดังนั้นเรามาสังเกตร่างกายของเรากันดีกว่าว่า ถึงเวลาหรือยังที่เราควรเติมน้ำให้กับร่างกายให้มากขึ้น

กระหายน้ำ

บางครั้งเราอาจจะกระหายน้ำโดยที่เราไม่รู้ตัว แต่หากเราได้ดื่มน้ำแล้ว แทบจะหยุดไม่ได้เลยล่ะ ยกแก้วขึ้นดื่มหมดรวดเดียวจบ แถมยังอาจรู้สึกว่ายังไม่พออีกด้วยซ้ำ

ปัสสาวะสีเหลืองเข้ม-สีส้มเป็นประจำ

สีของปัสสาวะที่ปกติควรเป็นสีเหลืองอ่อนชนิดที่จางมากๆ เหมือนน้ำเก๊กฮวยที่เคยใส่น้ำแข็งเอาไว้เต็มแล้วน้ำแข็งละลายจนหมด และกลิ่นก็ไม่ควรจะฉุนกึ้กจนเตะจมูกอย่างชัดเจน ปัสสาวะสีเข้มบ่งบอกว่าคุณดื่มน้ำน้อยเกินไป

ปัสสาวะไม่ถึง 4 ครั้งต่อวัน

คนปกติจะต้องลุกขึ้นมาเข้าก้องน้ำเพื่อปัสสาวะมากกว่า 4 ครั้งต่อวัน แต่หากคุณรู้ตัวว่าบางวันที่คุณนั่งทำงานอยู่ แทบไม่ได้เข้าห้องน้ำเลยล่ะก็ คุณควรจะรู้ตัวได้แล้วล่ะว่าวันนี้ได้ดื่มน้ำไปบ้างหรือยัง

ปากแห้ง

นอกจากแพ้ลิปสติกแล้ว หากคุณมีอาการปากแห้งอยู่บ่อยๆ อาจมาจากที่ร่างกายของคุณขาดน้ำได้เช่นกัน

ตาแห้ง

ยิ่งใครที่นั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ หรือใส่คอนแทคเลนส์ จะประสบปัญหาตาแห้งบ่อยๆ ยิ่งหากคุณดื่มน้ำไม่เพียงพอด้วยแล้ว ตาคุณจะยิ่งแห้ง แห้งถึงขนาดใส่คอนแทคเลนส์ลำบาก หรือแม้กระทั่งตอนถอดยิ่งลำบาก เพราะคอนแทคเลนส์จะดูดติดอยู่กับตา น่ากลัวใช่ไหมล่ะ

ท้องผูก

แน่นอนว่าเมื่อร่างกายไม่ได้รับน้ำอย่างเพียงพอ กากใยอาหารที่ผ่านการย่อย การกรองออกก็ขาดความชุ่มชื่นเช่นเดียวกัน ดังนั้นอุจจาระก็จะแข็ง ถ่ายยาก เผลอๆ หากท้องผูกบ่อยๆ ก็อาจเสี่ยงเป็นโรคริดสีดวงทวารด้วยนะ

ผิวแห้ง ริ้วรอยถามหาก่อนวัยอันควร

ต่อให้คุณเป็นคนผิวมัน แต่คุณก็จะเป็นคนผิวมันที่ขาดน้ำ ผิวคุณก็จะยิ่งมันหนักเข้าไปใหญ่ เพราะเมื่อคุณผิวแห้งเกินไป ต่อมไขมันใต้ชั้นผิวหนังก็จะยิ่งผลิตน้ำมันขึ้นมาเคลือบผิวไม่ให้ผิวแห้ง แต่หากคุณเป็นคนผิวแห้ง ก็จะยิ่งแห้งหนัก แล้วสุดท้ายริ้วรอยก็จะมาเยือนก่อนวัยอันควร ลองสังเกตดูว่าริ้วรอยบริเวณร่องแก้ม หางตา และหน้าผากมาหาคุณหรือยัง ถ้าคุณอายุยังน้อยแล้วริ้วรอยมาเยือนแล้วล่ะก็ แสดงว่าผิวของคุณขาดความชุ่มชื่น และคุณอาจดื่มน้ำไม่มากเพียงพอ

ระบบย่อยอาหารมีปัญหา

คนที่ดื่มน้ำไม่เพียงพอ มีโอกาสเป็นโรคกระเพาะอาหาร หรือกรดไหลย้อนมากกว่าปกติ เพราะเมื่อกระเพาะอาหารมีน้ำมาช่วยย่อยไม่เพียงพอ ปริมาณของกรดก็จะเข้มข้นมากขึ้น ความแข็งแรงของกระเพาะอาหารในการย่อยอาหาร รวมถึงเมือกที่ช่วยในการย่อยอาหารในกระเพาะก็น้อยลง อาจทำให้อาหารไม่ย่อย ท้องอืดท้องเฟ้อ หรือนานๆ เข้าอาจเสี่ยงกรดไหลย้อนได้

  วิธีป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำก็ง่ายๆ คุณควรตั้งแก้วน้ำเอาไว้ใกล้ๆ ตัว ยกขึ้นจิบเรื่อยๆ ไปทั้งวัน และต้องดื่มให้หมดในทุกๆ วัน อย่ามัวแต่ยุ่งกับการทำงานจนลืมดื่มน้ำบ่อยๆ เท่านี้ร่างกายของคุณก็จะได้รับน้ำอย่างเพียงพอแล้ว

 

 

 

ตำนานรักโลกสะเทือน ‘เหลียงซานป๋อ กับจู้อิงไถ’

ความรักที่แม้ว่าต่อให้ตายก็ไม่สามารถแยกจากกันได้ อย่างเรื่องเหลียงซานป๋อ กับจู้อิงไถหรือโรมิโอกับจูเลียตเมืองจีน ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศจีน ถูกนำไปทำทั้งละคร ภาพยนตร์ หรือแม้กระทั่งการ์ตูน เนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไร ไปดูกันเลย

ม่านประเพณี บ้างเรียกว่า เหลียงซานป๋อจู้อิงไถ ตามชื่อพระ-นางในเรื่อง จู้อิงไถ่ต้องปลอมเป็นชายเพื่อให้ได้เรียนหนังสือที่เมืองหังโจวในยุคที่สังคมไม่ให้ผู้หญิงไปโรงเรียน ที่นั่นเธอได้พบกับบัณฑิตหนุ่มชื่อว่าเหลียงซานป๋อ ทั้งสองคบหากันดูแลกันฉันมิตรที่ดี 

เมื่อจบการศึกษาจู้อิงไถ่ที่แอบหลงรักเหลียงซานป๋อจึงบอกว่าตนมีน้องสาวสวยที่บ้าน ชื่อจู้อิงไถ่ ให้รับไปทาบทามติดต่อ เหลียงซานป๋อเองก็ชื่นชมจู้อิงไถ่จึงเดินทางไปบ้านของนางและได้รู้ความจริง แต่มันก็สายเกินไป เพราะพ่อแม่ของนางได้ยกนางให้คุณชายบ้านอื่นไปแล้ว เหลียงซานป๋อรู้ว่าตนเองไร้วาสนากลับมาบ้านก็ตรอมใจไม่นานก็เสียชีวิต

จู้อิงไถ่เองก็ไม่สามารถขัดคำสั่งพ่อแม่ที่บังคับให้แต่งงานแบบคลุมถุงชน วันที่เกี้ยวมารับเจ้าสาวที่บ้าน จู้อิงไถ่ขอให้หยุดเกี้ยวระหว่างทาง เพื่อนางจะได้คารวะหลุมศพของเหลียงซานป๋อเป็นครั้งสุดท้าย ทันใดก็เกิดนิมิตรประหลาดท้องฟ้าแปรปรวนเกิดลมพายุ หลุมศพของเหลียงซานป๋อแยกเปิดออก จู้อิงไถ่กระโดดลงไปหลุมฝังศพก็ปิดดังเดิม ลมพายุก็สงบ ดอกไม้ผลิบานผีเสื้อโบยบิน

เป็นอย่างไรกันบ้างกับตำนานความรักของทั้ง 2 คนนี้ พวกเขาไม่ได้รักกันตอนยังมีชีวิตอยู่ เพราะการคลุมถุงชนของพ่อแม่ สุดท้ายก็ต้องจบด้วยความตาย ความรักไม่มีใครสามารถมาบังคับเราได้ ชีวิตเราควรกำหนดด้วยตัวเราเอง

หญิงสาวผู้ที่นั่งร้องไห้อยู่ที่กำแพงเมืองจีน ‘เมิ่งเจียงหนี่ว์’

หญิงสาวที่เพิ่งแต่งงานกับคนรัก แต่กลับต้องพลัดพรากกับคนรักเพราะต้องถูกเกณฑ์ไปสร้างกำแพงเมืองจีน นางจะได้พบกับสามีของเธออีกครั้งหรือไม่ ไปดูกัน

เมิ่งเจียงหนี่ว์เป็นชื่อนางเอกของเรื่อง เธอแต่งงานได้ไม่นานสามี-ว่านสี่เหลียงก็ถูกทางการเกณฑ์ไปสร้างกําแพงเมืองจีน ผ่านไปหลายปีก็ไม่มีข่าวคราวใดๆ เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง อากาศก็หนาวเหน็บขึ้นทุกวัน ๆ นางคิดถึงสามีที่อยู่ไกลออกไปทางตอนเหนือว่าเขาจะต้องทนหนาวเพียงใด จึงลงมือเย็บเสื้อกันหนาวด้วยตัวเอง แล้วออกเดินทางตามหาว่านสี่เหลี่ยงที่ไปสร้างกําแพงเมืองจีน จึงได้รู้ว่าสามีนางเสียชีวิตแล้ว ส่วนศพของเขาถูกนำไปฝังในกำแพงเหมือนกับคนงานอื่น ๆ ที่เสียชีวิตระหว่างการก่อสร้างกำแพงหมื่นลี้

 

 

นางเมิ่งเจียงหนี่ว์เป็นลมล้มพับไปกับพื้น เมื่อฟื้นขึ้นมาเธอร้องไห้อย่างเจ็บปวดอยู่ที่หน้ากําแพง เสียงร้องไห้และความโศกเศร้าของนางสะเทือนถึงฟ้าดิน ทำให้เกิดเหตุอัศจรรย์ลมหนาวส่งเสียงคํารามลั่น ดวงอาทิตย์มืดดับ ฟ้าดินสั่นสะเทือน เกิดเสียงดังสนั่น แล้วกําแพงบางส่วนก็พังทลายลงมา (มีบางตำนานว่าเพื่อให้นางได้เห็นศพสามีที่ถูกฝังอยู่ในกำแพง)

ตำนานรักเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เศร้ามากๆ เพิ่งแต่งงานก็ต้องพลัดพรากกัน พลัดพรากกันไปไม่นานสามีก็จากไปอีก เสียใจร้องไห้จนกำแพงพัง แต่สุดท้ายสามีก็ไม่กลับมา อาจจะสื่อถึงว่าชีวิตคู่อยู่ได้ไม่นานนัก ควรรักษาเวลาอันมีค่านี้ไว้ให้ดีก่อนที่จะสายไป